ประวัติ เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวป๊อป-คันทรี่ สุดฮอต

 เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

 

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram taylorswift ,taylorswift.com

   ประวัติ เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift นักร้องสาวป๊อป-คันทรี่ สุดฮอต ตามไปรู้จัก เส้นทางสายดนตรี และชีวิตรักของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ กันเลย

หากจะเอ่ยถึงนักร้องสาวสวยเสียงดี ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย หนึ่งในนี้คงจะหนีไม่พ้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ซูเปอร์สตาร์สาวเพลงป๊อป-คันทรี่ อย่างแน่นอน ที่ไม่ว่าออกซิงเกิลไหนก็ฮิตติดชาร์ตคนทั่วโลก จนทำให้เธอต้องเดินสายจัดคอนเสิร์ตในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่แล้ว 27 พฤษภาคม 2557 ทางผู้จัดงานอย่างบีอีซี-เทโร ก็ได้แจ้งข่าวร้ายกับแฟน ๆ ว่า มีอันต้องยกเลิกคอนเสิร์ตเทย์เลอร์ สวิฟท์ ในไทย เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง …แต่ถึงจะไม่ได้ฟังเสียงร้องของเธอแบบสด ๆ แต่วันนี้เราจัดเรื่องราวประวัติของนักร้องสาวสวยคนดังมาฝากกัน ใครชื่นชอบเธอคนนี้ตามมาเลย…

เทย์เลอร์ สวิฟต์ เกิดวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) ที่เมืองไวโอมิสซิง รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดยสมัยเรียนเกรด 4 (ป. 4) เทย์เลอร์ สวิฟท์ ส่งกลอนความยาว 3 หน้ากระดาษชื่อ Monster In My Closet เข้าประกวดในการแข่งขันการแต่งกลอนระดับชาติ และได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง และเธอก็เริ่มเขียนเพลงครั้งแรกเมื่ออายุ 10 ขวบ เพื่อใช้ในการเข้าประกวดร้องคาราโอเกะระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นในงานเทศกาลต่าง ๆ

ต่อมาเธอก็เริ่มต้นการเล่นกีตาร์โดยเรียนรู้จากช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ผู้ที่บอกวิธีการเล่นกีตาร์เพียง 3 คอร์ดให้เธอ เมื่อเธอเรียนรู้ 3 คอร์ดนั้น เธอจึงเริ่มเขียนเพลงเพลงแรก ชื่อเพลง Lucky You และเธอก็เขียนเพลงอย่างสม่ำเสมอและได้เขียนเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนของเธอที่ชอบว่าเธอเพียงเพราะเธอหลงรักเพลงคันทรีเข้าอย่างจังด้วย โดยผู้ที่มีแรงผลักดันต่อเทย์เลอร์ให้เธอชอบดนตรีมากที่สุด คือ Shania Twain นักร้องแนวคันทรี่-ป๊อป และอีกหลากหลายท่าน อาทิเช่น LeAnn Rimes, Tina Turner, Dolly Parton และท้ายสุดคุณยายของเธอซึ่งเป็นนักร้องโอเปราผู้เชี่ยวชาญ

จากนั้นเทย์เลอร์ได้มีโอกาสไปแสดงยังสถานที่พบปะของนักเขียนเพลงใน The Bluebird Cafe ซึ่งสก็อต เบอเชตตา ให้ความสนใจในเพลงของเธอและชักชวนให้เธอเซ็นสัญญากับบิ๊กแมกชีนเรคคอร์ดส ก่อนที่เธอจะปล่อยซิงเกิลแรก คือ “Tim McGraw” ในช่วงกลางปี 2006 ซึ่งขึ้นชาร์ทสูงสุดอันดับ 6 ในชาร์ทบิลบอร์ดคันทรีชาร์ท ทำยอดขายไป 500,000 แผ่น

ต่อมาเทย์เลอร์ได้ออกอัลบั้มแรกโดยใช้ชื่อของตัวเองเมื่อ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) ซึ่งเธอทั้งเขียนเพลงเองและได้ร่วมเขียนเพลงกับนักเขียนเพลงมากมาย โดยอัลบั้มแรกได้ขึ้นไปถึงอันดับ 19 บนชาร์ท Billboard 200 และยังมียอดขายกว่า 39,000 แผ่น ในระหว่างสัปดาห์แรกของการวางแผง จากนั้นอัลบั้มของเธอก็ได้พุ่งไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ท Top Country Albums และติดอันดับ 5 ใน Billboard 200 โดยมีซิงเกิลฮิต 5 ซิงเกิลที่ติดชาร์ทใน Billboard Hot Country Songs

ต่อในช่วงฤดูร้อน ปี 2008 (พ.ศ. 2551) เทย์เลอร์ได้ปล่อย EP Album (Extended Play Album) ชื่อ Beautiful Eyes ออกมา ซึ่งสัปดาห์แรกที่วางแผง มียอดขายถึง 45,000 แผ่น จนกระทั่งขึ้นเป็นอันดับ 2 ใน Billboard Hot Country Songs และอันดับ 9 บน Billboard 200 ในขณะที่อัลบัม Taylor Swift อยู่ที่อันดับ 2 ในขณะนั้นด้วย

จนกระทั่งมาถึงอัลบั้ม Fearless เธอก็ทำสถิติอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มวางแผงด้วยการวางแผงวันแรกก็ขายไป 217,000 แผ่น และยอดขายรวมสัปดาห์แรกน่าจะขายได้ถึง 592,304 แผ่น อัลบั้มนี้เธอลงมือแต่งเพลงเองทุกเพลง และมีส่วนร่วมในการการโปรดิวซ์ด้วย นักวิจารณ์ต่างยกย่องอัลบั้มนี้ว่า เป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่ดีที่สุดในปี 2008 (พ.ศ. 2551) โดยเปิดอัลบั้มกับเพลง Change ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 57 และ ชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อันดับที่ 10 ซึ่งเพลงที่ใช้ประกอบโอลิมปิกด้วย ส่วนซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้คือ Love Story ก็ทำยอดดาวน์โหลดไป 4,000,000 ครั้ง และติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 1 และชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อันดับที่ 4

และเพลง Love story ยังได้ส่งผลให้เธอได้รับรางวัล 2 รางวัล จากการประกาศผลรางวัล CMT Music Awards นั่นคือรางวัลมิวสิควิดีโอแห่งปีและมิวสิควิดีโอหญิงยอดเยี่ยดแห่งปี นอกจากนี้ ในปี 2009 (พ.ศ. 2552) เธอยังได้รับรางวัลตามมาอีกมากมาย ได้แก่ CMA Awards 5 รางวัล, American Music Awards 5 รางวัล และ Grammy Awards 4 รางวัล

ในปี 2010 (พ.ศ. 2553) เทย์เลอร์ได้ทำอัลบั้มที่ 3 ของตัวเองที่มีชื่อว่า Speak Now โดยมีซิงเกิลแรกคือ Mine และในปี 2012 ได้ทำอัลบั้มที่ 4 ชื่อ RED โดยยอดขายอัลบั้ม RED พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 iTunes มากถึง 42 ประเทศ ภายในสัปดาห์แรก และขายได้ใน US มากถึง 1.208 ล้านอัลบั้ม ทำให้เทย์เลอร์กลายเป็นนักร้องหญิงเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่มียอดขายอัลบั้มมากกว่าหนึ่งล้านอัลบั้ม ถึง 2 อัลบั้มติดต่อกันภายในสัปดาห์ทีเปิดตัว (Speak Now และ Red)

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift


ชีวิตรักของ เทย์เลอร์ สวิฟต์

แม้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะประสบความสำเร็จในอาชีพการเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงอย่างมาก แต่สำหรับชีวิตรักของเธอเรียกได้ว่าผ่านความทุกข์ระทมมานับครั้งไม่ถ้วนทีเดียว โดยแฟนคนแรกของเธอคือ โจ โจนาส ซึ่งคบกันในปี 2008 (พ.ศ. 2551) โดยเทย์เลอร์ได้รู้จักผ่านน้องชายของโจ แต่โชคร้ายที่แฟนคลับของทั้งคู่ไม่เห็นด้วยอย่างแรง จนในที่สุดทั้งคู่ก็เลิกกัน และเพลงที่เทย์เลอร์แต่งให้โจก็คือ Better than revenge

จากนั้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ ก็หันไปคบกับดาราฮอลลีวูดคือ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ หนึ่งในนักแสดงเรื่อง Twilight เมื่อปี 2009 (พ.ศ. 2552) แต่ก็เลิกกันหลังจากคบกันเพียง 2 เดือน และเพลงที่เธอแต่งให้เลาท์เนอร์คือเพลง Back To December

 

ส่วนแฟนคนที่ 3 คือ จอห์น เมเยอร์ เทย์เลอร์ได้คบกับจอห์นมาตอนปลายปี 2009 (พ.ศ. 2552) ต่อจากนั้นเทย์เลอร์ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากที่เธอได้เลิกกับจอห์นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอบอกว่า จอห์นโหดร้ายมาก เขาเห็นความไร้เดียงสาของฉันเป็นของเล่น และเห็นเป็นแค่ตัวหมากบนกระดานของเขา และเพลงที่เทย์เลอร์แต่งให้จอห์นก็คือ Dear John

ต่อมาคนที่ 4 ก็คือ เจค จิลเลนฮาล ทั้งคู่ได้คบกันตอนต้นเดือนของเดือนตุลาคมปี 2010 (พ.ศ. 2553) และเลิกกันในอีก 2 เดือนถัดมา โดยมีข่าวเม้าท์ให้แซดว่า สาวเทเลอร์พยายามเก็บความบริสุทธิ์ไว้ในวันแต่งงาน แต่เมื่อเธอคบกับเจค เธอก็มั่นใจว่าอยากใช้ชีวิตคู่กับเค้า จึงยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงเอยกันอย่างที่หวังไว้ โดยสาวเทเลอร์ต้องเสียน้ำตากลางงานปาร์ตี้วันเกิดอายุครบ 21 ปี เพราะหนุ่มเจคไม่มาร่วมงานตามที่รับปากไว้ แถมยังขาดการติดต่อไปเลย เทย์เลอร์จึงระบายความรู้สึกทั้งหมดเป็นเพลงในอัลบั้ม RED

คนที่ 5 คือ คอเนอร์ เคเนดี ทายาททางการเมืองของอเมริกา ในปี 2012 (พ.ศ. 2555) หลังจากที่มีข่าวมาว่าทั้งคู่ได้ไปเดทกัน และความดังของคอเนอร์ก็ยิ่งทำให้ข่าวแพร่กระจายไปทั่วทั้งอเมริกา จึงทำให้ทั้งคู่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าลองคบหาดูใจกันมาสักพักแล้ว ก่อนจะเลิกรากันไป

 

และมาถึงคนสุดท้าย แฮร์รี่ สไตล์ส นักร้องหนุ่มจากวง One Direction ที่ฮอตที่สุด ช่วงปลายปี 2012 (พ.ศ. 2555) แต่หลังจากที่ทั้งคู่ไปเที่ยวที่เกาะบริติส เวอร์จิน ก็เกิดทะเลาะกันรุนแรง ทำให้เทย์เลอร์ตัดสินใจที่จะนั่งเรือกลับก่อนกำหนด แต่หลังจากนั้นแฮร์รี่ก็ดูจะมีความสุขดี แถมยังไปเที่ยวที่โรงแรมอื่น ๆ ต่อ และถ่ายรูปกับสาว ๆ ซึ่งเทย์เลอร์ก็ได้แต่งเพลง I knew you we’re trouble ให้กับแฮร์รี่ด้วยเช่นกัน

 

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

ประวัติ เทย์เลอร์ สวิฟต์

ชื่อเกิด : เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์
ชื่อเล่น : สวิฟต์
ฉายา : T-Swizzle, T-Swift, เจ้าหญิงเพลงคันทรี่ ,ราชานีแดง
วันเกิด : 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989
แนวเพลง : คันทรี ป๊อป

ผลงานเพลง เทย์เลอร์ สวิฟต์

สตูดิโออัลบั้ม

– Taylor Swift (2006)
– Fearless (2008)
– Speak Now (2010)
– Red (2012)

อีพี

– Sounds of the Season: The Taylor Swift Holiday Collection (2007)
– Beautiful Eyes (2008)

ทัวร์คอนเสิร์ต

– Fearless Tour (2009-2010)
– Speak Now Tour (2011-2012)
– Red Tour (2013-2014)

เพลงประกอบภาพยนตร์

– “Today was a fairy tale” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Valentine’s day (2010)
– “Safe and Sound” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
– “Eyes open” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
– “Sweeter than fiction” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง one chance (2013)

ภาพยนตร์

– 2009 Jonas Brothers: The 3D Concert Experience
– 2009 Hannah Montana: The Movie
– 2010 Valentine’s Day
– 2012 The Lorax
– 2014 The Giver

โทรทัศน์

– 2009 Saturday Night Live
– 2009 CSI: Crime Scene Investigation
– 2013 New Girl

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

 

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift

เทย์เลอร์ สวิฟต์ Taylor Swift