Robert Downey Jr. ชีวิตจริง ยิ่งกว่า Iron Man

Robert Downey Jr. ชีวิตจริง ยิ่งกว่า Iron Man

ในปี 2005 ค่ายหนัง Marvel Studios ตัดสินใจสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก
ในปี 2008 ภาพยนตร์ Iron Man ภาคแรกก็ออกฉาย
อย่างที่ทราบกันดีคือ Iron Man กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จที่สุดเรื่องหนึ่ง
หนังทำรายได้ 18,700 ล้านบาท จาก ทุนสร้าง 4,500 ล้านบาท
และเป็นหนังเปิดจักรวาลของ Marvel ที่กลายมาเป็นแฟรนไชส์หนังที่ทำเงินมากที่สุดในโลก
เชื่อว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Iron Man
เมื่อนึกถึง Iron Man ภาพแรกที่ปิ๊งขึ้นมาในหัวของเราน่าจะเป็นฮีโร่ ในชุดเกาะเหล็กสีแดง
ภาพที่สองก็คงจะเป็นภาพของ โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรเบิร์ต มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ Iron Man เป็น Iron Man อย่างที่เราทุกคนรู้จัก
แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าชีวิตของโรเบิร์ต น่าสนใจไม่แพ้ชีวิตของโทนี่ สตาร์ค

 ประวัติ Robert Downey Jr. ชีวิตจริง ยิ่งกว่า Iron Man

โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ เกิดในปี 1965 ที่เมืองนิวยอร์ค
พ่อของโรเบิร์ตเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับหนังอินดี้ ในขณะที่แม่ของโรเบิร์ตเป็นนักแสดง
โรเบิร์ตมองพ่อเป็นไอดอลมาตั้งแต่เด็ก
จึงได้เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
แต่นอกจากเป็นนักแสดงและผู้กำกับแล้ว พ่อของโรเบิร์ตยังเป็นคนติดยา
โรเบิร์ตจึงถูกพ่อชักชวนให้ลองเสพกัญชาครั้งแรกตอนอายุ 6 ขวบ
โรเบิร์ตเล่าว่า ช่วงเวลาเดียวที่เขารู้สึกว่าได้รับความรักจากพ่อ คือช่วงที่เสพกัญชาพร้อมกัน
เมื่ออายุได้ 11 ปี พ่อและแม่ของโรเบิร์ตก็แยกทางกัน
ชีวิตในวัยเด็กของโรเบิร์ต อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับคนทั่วไป
แต่โรเบิร์ตไม่เคยยอมแพ้ให้กับความฝันในการเป็นนักแสดง
ช่วงมัธยมปลาย โรเบิร์ตตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมาเป็นนักแสดงเต็มตัว
เมื่ออายุได้ 22 ปี โรเบิร์ตก็แจ้งเกิดกับหนังเรื่อง Less than zero
เขารับบทเป็นลูกเศรษฐี ที่ชีวิตตกต่ำเพราะยาเสพติด
หนังเรื่องนี้สร้างชื่อให้กับโรเบิร์ต แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลร้ายแรงกับชีวิตเขาในเวลาต่อมา
โรเบิร์ตอินกับบทภาพยนตร์มากเกินไป และเริ่มกลับมาใช้ยาเสพติดในชีวิตจริง
เมื่ออายุได้ 27 ปี โรเบิร์ตก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดครั้งหนึ่งในอาชีพ กับบท ชาลี แชปลิน
เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก
ช่วงอายุ 28-30 ปี โรเบิร์ตมีงานแสดงมากถึง 10 เรื่องด้วยกัน
อาชีพนักแสดงกำลังไปได้สวย แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของโรเบิร์ต
เมื่ออายุได้ 31 ปี โรเบิร์ตถูกจับขณะเมายา เปลือยกายขับรถ และพกพาอาวุธปืน
ศาลสั่งให้รอลงอาญา โดยโรเบิร์ตต้องเข้ารับการรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลา 3 ปี

ประวัติ Robert Downey Jr. ชีวิตจริง ยิ่งกว่า Iron Man

หลังจากออกจากคุก ชีวิตของโรเบิร์ตก็ตกต่ำลง มีปัญหาทั้งเรื่องครอบครัวและอาชีพนักแสดง
ช่วงอายุ 31-37 ปี ชีวิตของโรเบิร์ตวนเวียนอยู่กับยาเสพติด ศาล และสถานบำบัด
ชื่อเสียงของโรเบิร์ตในฐานะนักแสดงฝีมือดี โด่งดังพอๆ กับเรื่องที่เขาติดยาอย่างหนัก
จนกระทั่งอายุได้ 38 ปี โรเบิร์ตก็ตัดสินใจเลิกใช้ยาอย่างจริงจัง
เขาเล่าว่า วันนั้นเขากำลังกินชีสเบอร์เกอร์อยู่ที่ร้าน Burger King แล้วก็ฉุกคิดได้ว่าควรจะเลิกใช้ชีวิตแบบนี้เสียที
หลังจากออกจากร้าน Burger King เขาก็นำยาเสพติดทั้งหมดในรถไปทิ้งทะเล
จริงๆ แล้ว เรื่องนี้คล้ายกับฉากหนึ่งในหนัง Iron Man ภาคแรก
หลังจากที่โทนี่ สตาร์คหนีจากคนร้ายได้สำเร็จ เขาขอกินชีสเบอร์เกอร์เป็นอย่างแรก
หลังกินชีสเบอร์เกอร์เสร็จ โทนี่ก็ประกาศกับสื่อว่า บริษัทของเขาจะเลิกผลิตอาวุธสงคราม
หลังจากที่โรเบิร์ตทิ้งยาเสพติดลงทะเลไป เขาก็เลิกยาได้อย่างถาวร
ปัจจุบันโรเบิร์ต กลายเป็นนักแสดงที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก
โรเบิร์ตแสดงหนัง 1 เรื่อง ทำเงินได้ 2,560 ล้านบาท
ในขณะที่ภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้สูงสุดอย่างพี่มากพระโขนงมีทุนสร้างอยู่ที่ 65 ล้านบาท
หรือภาพยนตร์ที่มีต้นทุนการสร้างสูงสุดอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก็มีทุนสร้างประมาณภาคละ 300-400 ล้านบาท

แปลว่า ค่าจ้างโรเบิร์ตคนเดียว ยังมากกว่าภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้ง 5 ภาครวมกัน
Iron Man เป็นฮีโร่ของหลายๆ คน ในขณะที่โรเบิร์ตก็เป็นไอดอลของอาชีพนักแสดง
ดูๆ ไปแล้ว ชีวิตของโรเบิร์ต ก็มีช่วงขึ้น ช่วงลง ไม่ต่างจากชีวิตของโทนี่ สตาร์ค
วัยเด็กขาดความอบอุ่นจากพ่อ วัยกลางคนประสบความสำเร็จในอาชีพ เกิดจุดพลิกผันทำให้ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด และกลับมาประสบความสำเร็จอย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ง
โรเบิร์ตเคยกล่าวกับตำรวจที่จับกุมเขาว่า เขาไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ แต่เป็นแค่คนธรรมดาที่มีปัญหายาเสพติด
ชีวิตของโรเบิร์ต สะท้อนให้เห็นธรรมชาติชีวิตของคนเรา
ไม่มีใครที่เกิดมาดีพร้อม หรือสมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่อง
ทุกคนต่างก็มีปัญหาในแบบของตัวเอง
โรเบิร์ตอาจเคยทำผิดพลาด แต่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับปัญหา
ถ้าโรเบิร์ตยอมแพ้ให้กับปัญหาครอบครัวในวัยเด็ก เขาคงไม่ได้เริ่มต้นอาชีพนักแสดง
ถ้าโรเบิร์ตยอมแพ้ให้กับยาเสพติด เราคงไม่ได้เห็นเขาเป็น Iron Man อย่างทุกวันนี้
ลงทุนแมนอยากเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังมีปัญหาชีวิต
หลังอ่านบทความจบ ลองชิมชีสเบอร์เกอร์สักชิ้น สูดหายใจลึกๆ แล้วลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาอีกครั้ง

ในโลกนี้ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ ชีวิตนี้มีคุณค่าซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิด
ในเรื่องนี้แม้แต่คนที่ติดยาก็กลับมาเป็นฮีโร่ให้กับเด็กๆได้
และถ้าเราผ่านมันมาได้ ก็จะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม เหมือน IRON MAN..

สนับสนุนโดย BunTube.net หนังใหม่ชนโรง หนังฮอลลีวูด ดูซีรี่ออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *