ประวัติ เฟิร์ส อนุวัตน์ First Anuwat หนุ่มน้อยเสียงดี

เป็นคนหลายคนคงรู้จักกับหนุ่มคนนี้ เฟิร์ส อนุวัตน์ First Anuwat เป็นหนุ่มน้อยที่อายุเพียง18 ปีเอง เขามาพร้อมกับกีต้าร์ประจำตัวและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์มากๆเลยจ้า โดยเขาได้ฝากผลงานไว้ในเพลง 40 kg/hr ที่ลง Youtube แล้วดังเป็นพลุแตกกว่า 55 ล้านวิว จึงทำให้หลายคนก็ชื่นชอบแล้วเอาเพลงเขามา Cover กันเป็นจำนวนมาก ด้วยความชื่นชอบในการร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ จึงมีโอกาสเข้ามาเป็นศิลปินใน ค่าย marr ที่ดูแลโดย ปาล์ม พัด วง Mean และปล่อยซิงเกิ้ลแรกในชีวิต ที่มีชื่อเพลงว่า “ถ้าเขาจะรัก”(ยืนเฉยๆเขาก็รัก) | Enough

ประวัติ เฟิร์ส อนุวัตน์ First Anuwat หนุ่มน้อยเสียงดี

เพลง “ถ้าเขาจะรัก”(ยืนเฉยๆเขาก็รัก) | Enough MV เพลงนี้เป็น MV ในจักรวาล marr ที่ต่อจาก เพลง ไม่พูดดีกว่า | Safezone ของ นินิว เนื้อหาของเพลงนี้ เป็นเพลงเศร้าปนตัดพ้อของคนรอ วิ่งตามเท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจ ถ้าหากเขาไม่รัก เราก็พักดีกว่า ด้วยเนื้อเสียงทุ้มๆเหงาๆของเฟิร์สถ่ายทอดออกมาด้วยอารมณ์ที่เศร้ามาก ทำให้เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ฟังแล้วเศร้าสุด ๆ และยังได้ “โดม จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม” หรือ โดม he star 8 ของประเทศไทยมาควบคุมการร้อง และบันทึกเสียงคอรัสในเพลงนี้ให้อีกด้วย แถมเนื้อเพลงยังกลายเป็นแคปชั่นเด็ด เป็นไวรัล และฮิตใน Tik Tok อีกด้วย

FIRST ปล่อยซิงเกิ้ล มาแรงไม่แพ้กัน เพลง “ไหวอยู่ (แต่ก็รู้สึก)” ไหวอยู่ = ไม่ไหว กลายเป็นแคปชั่นเด็ดอีกแล้ว หลังจากนั้น เฟิร์ส ก็ปล่อยเพลง คลั่งรัก Crazy ออกมา ล่าสุดยอดวิวทะลุ 10ล้านวิวไปแบบสวย ๆ และยังมี EP แรกในชีวิค โดยปล่อย MV เพลงล่าสุด พิจารณา ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกัน

ทำความรู้จักหนุ่ม เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย แร็ปเปอร์ดัง

วันนี้เราพาทุกคนมารู้จักกับหนุ่มแร็ปเปอร์ดังชื่อดังที่เมื่อเอยนาม ทุกคนก็ต้องร้อง อออออแน่นอน กับหนุ่ม เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชั พ่อของน้องแฝดอย่าง บีน่า (ญ.) และบรู๊คลิน (ช.) โดยเขาเป็นสมาชิกในวงไทเทเนี่ยม อีกด้วย ไปรู้จักเขาให้มากขึ้นเลยจ้าาา

ทำความรู้จักหนุ่ม เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย แร็ปเปอร์ดัง

ประวัติ เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย
เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย เกิดวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2524 ที่แพเทอร์สัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ คุณพ่อชื่อ กาย และคุณแม่ชื่อ ชมาพร อินทชัย เป็นลูกชายคนที่สองของครอบครัว เขาใช้ชีวิตวัยเด็กที่บรู๊กลิน นิวยอร์ก โด่งดังมาจากการเป็นศิลปินแร็ปเปอร์ในนามวงไทเทเนี่ยม โดยมีฉายาว่า PCESS และ Daboyway สัญชาติไทย-อเมริกัน ปัจจุบันออกจากวงไทเทเนี่ยมแต่ยังร่วมงานกันได้ พร้อมเป็นคุณพ่อลูก2 ที่เท่มากๆ ทีเดียวนิวยอร์กและได้เรียนการแสดงเพิ่มที่โรงเรียน Black Nexus และในช่วงนั้นได้อาศัยอยู่กับขันเงิน เนื้อนวล ได้ทำเพลงตามหมู่เพื่อนฝูง จนได้มีผลงานในปี 2000 ก็มีผลงานวงฮิปฮอปในนาม ไทยเทเนี่ยม 2 อัลบั้มแรกของพวกเขาคือ AA และ Thai Riders และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส 2006 นอกเหนือจากวงไทยเทเนี่ยมแล้ว ยังจะออกวงใหม่ที่ชื่อว่า Money Exchange Movement (M.E.M.) ร่วมกับ Big Calo และ Dandee โดยจะเป็นเพลงสากลทั้งอัลบั้ม

ทำความรู้จักหนุ่ม เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย แร็ปเปอร์ดัง

ด้านชีวิตครอบครัว
เวย์ สมรสกับ ไรบีนา ตันวิมล นักแข่งรถ ดีเจ และพิธีกรหญิงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล โดยทำพิธีแบบไทย, จีน และอิสลาม โดยมีพิธีหมั้นแบบไทยในช่วงเช้า และมีงานสมรสในค่ำวันเดียวกัน ซึ่งในการนี้มีการเข้ารับช่อดอกไม้จากผู้แทนพระองค์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทั้งสองมีลูก 2 คนเป็นฝาแฝด คือบีน่า (ญ.) และบรู๊คลิน กาย (ช.)

ธุรกิจ
เวย์ยังมีแบรนด์เสื้อผ้าคือ Never Say ร่วมกับดีเจบุดด้า และแบรนด์ Reven นอกจากนี้ยังมีร้านตัดผมชื่อ Never Say Cutz อยู่ริมถนนสุขุมวิท 49 และ 5

ทำความรู้จักหนุ่ม เวย์ ไทเทเนี่ยม หรือ เวย์ ปริญญา อินทชัย แร็ปเปอร์ดัง

ประวัติ จี-ดรากอน BIGBANG

ใครๆก็ต้องรู้จักกับหนุ่มคนนี้ จี-ดรากอน BIGBANG นับว่าเป็นนักร้องที่เข้ามามีอิทธพลต่อชาวไทยเป็นอย่างมาก และวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับหนุ่มคนนี้มากขึ้นว่ากว่าเขาจะมาเป็น นักร้องชื่อดังที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ได้อย่างไร

ประวัติ จี-ดรากอน BIGBANG

ประวัติ จี-ดรากอน BIGBANG
ควอน จียง (Kwon Ji-yong) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ GD หรือ จี-ดราก้อน (G-Dragon) เกิดวันที่ 18 สิงหาคม ปี 1988 เป็นแร็ปเปอร์, นักร้องนัก, แต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวเกาหลีใต้ สังกัดค่าย YG Entertainment โดยเขาได้รับฉายาว่า “The king of K-Pop” เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงบอยกรุ๊ป BIGBANG และเป็นสมาชิกยูนิตย่อย GD & TOP และ GD X TAEYANG ในส่วนของผลงานเดี่ยวของ จี-ดราก้อน นั้นเขาเดบิวต์ปล่อยผลงานเดี่ยวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ปี 2009 ด้วยการปล่อยอัลบั้ม Heartbreaker ซึ่งเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการที่เป็นอัลบั้มของศิลปินเดี่ยวเกาหลีที่ขายดีที่สุดในเวลานั้น และได้รับรางวัล อัลบั้มแห่งปี (Album of the Year) จากงาน Mnet Asian Music Awards ประจำปี 2009

ประวัติ จี-ดรากอน BIGBANG

ก่อนที่ จี-ดราก้อน จะเดบิวต์นั้นเขาได้เป็นเด็กฝึกของค่าย YG Entertainment ตั้งแต่ที่เขามีอายุเพียง 12 ปี และได้ฝึกฝนกับทางค่ายเป็นเวลา 6 ปี ก่อนที่จะได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการในฐานะหัวหน้าวงบอยแบนด์ชื่อดังระดับโลก BIGBANG

และในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ทางสื่อดังของเกาหลี Dispatch ก็ได้รายงานข่าวโดยระบุว่า จี-ดรากอน วง BIGBANG และนักร้องสาว เจนนี่ สมาชิกของวง BLACKPINK ได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่มีการายงานข่าวออกมาทางค่ายต้นสังกัด YG Entertainment ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า พวกเราไม่สามารถยืนยันอะไรได้ในเรื่องของชีวิตส่วนตัวของศิลปิน พวกเราหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจในจุดนี้

ประวัติ จี-ดรากอน BIGBANG

ประวัติ นิชคุณ 2PM

มาจ้า!!!! วันนี้เราพาทุกคนมารู้ลึกกับหนุ่มสุกฮอตอย่าง หนุ่มนิชคุณ หนุ่มไทยที่ไปโด่งดังถึงเกาหลี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี 2PM (ทูพีเอ็ม) สังกัดค่าย JYP Entertainment เป็นหนุ่มๆขวัญใจสาวๆทั้งในไทยและต่างประเทศเลยจ้าๆๆๆๆ

ประวัติ นิชคุณ 2PM

ประวัติ นิชคุณ 2PM
นิชคุณ หรเวชกุล หรือที่แฟนๆ รู้จักกันดีในนาม นิชคุณ (Nichkhun) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2531 ที่เมืองแรนโค คูคามอนกา (Rancho Cucamonga) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชาวไทยและนับถือศาสนาพุทธ โดย นิชคุณ เป็นลูกคนที่ 2 จาก 4 คนในครอบครัว ปัจจุบัน นิชคุณ เป็นนักร้อง, นักแต่งเพลง, แร็ปเปอร์, นักแสดง, และนายแบบ เชื้อสายไทยอเมริกัน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี 2PM (ทูพีเอ็ม) สังกัดค่าย JYP Entertainment

ประวัติ นิชคุณ 2PM

ก่อนที่ นิชคุณ จะได้เดบิวต์เป็นสมาชิกวง 2PM นั้นเขาได้ผ่านการออดิชั่นของค่าย JYP Entertainment จนกระทั้งต่อมาเขาได้ย้ายไปที่เกาหลีใต้ในปี 2006 ในฐานะเด็กฝึกของค่าย โดยทางด้าน พัคจินยอง (Park Jin-Young) บอสใหญ่แห่งค่าย JYP Entertainment ได้บอกกับทาง นิชคุณ ว่าเขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการร้องและการเต้น และเรียนรู้ภาษาเกาหลีและภาษาจีนกลาง และต่อมา นิชคุณ ก็สามารถพูดภาษาไทย, อังกฤษ, เกาหลี, ญี่ปุ่น และภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว และในวันที่ 4 กันยายน ปี 2008 นิชคุณ ก็ได้เดบิวต์ในฐานะสมาชิกของ 2PM พร้อมกับปล่อยเพลงแรก “10 Points out of 10 Points” จากซิงเกิ้ลอัลบั้ม “Hottest time of the day”

ประวัติ นิชคุณ 2PM

ทำความรู้จักนักร้องไอดอลเกาหลี “ไอยู”

อี จี-อึน (เกาหลี: 이지은; เกิด 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1993) ชื่อในการแสดงว่า ไอยู (아이유; IU) เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวเกาหลีใต้

ชื่อ “ไอยู” นั้นเอามาจากภาษาอังกฤษว่า “ไอแอนด์ยู” (I and You) แปลว่า ฉันและเธอ สื่อความหมายว่า ทุกคนสามารถเป็นหนึ่งได้ด้วยบทเพลง

15 เรื่องมหัศจรรย์ ของผู้หญิงชื่อ 'ไอยู' ศิลปินที่ทรงอิทธิพลในเกาหลี

ไอยูขณะแสดงที่เชจู ในเดือนมกราคม พ.ศ 2562
ชื่อจริง 이지은
เกิด อี จี-อึน
16 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 (27 ปี)
โซล เกาหลีใต้
ชื่ออื่น ไอยู
อาชีพ
นักร้อง-นักแต่งเพลงนักแสดง
สินทรัพย์สุทธิ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
อาชีพทางดนตรี
แนวเพลง
เคป็อปอาร์แอนด์บีโซล
เครื่องดนตรี เสียงร้อง
ช่วงปี 2008–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
กาเกาเอ็มยูนิเวอร์แซลเจแปนวอร์เนอร์ไต้หวัน

Calvin Harris นักร้อง-นักแต่งเพลงชาวสก็อต

Calvin Harris เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1984 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวสก็อต และยังเป็นโปรดิวเซอร์เพลง เขาเกิดและโตในดัมฟริส เขาออกผลงานอัลบั้มชุดแรก I Created Disco ในปี 2007 มีซิงเกิลอย่าง “Vegas”, “Acceptable in the 80s”, “The Girls”, “Merrymaking at My Place” และ “Colours” ต่อมาในปี 2008 บันทึกเสียงเพลง “Dance wiv Me” กับแร็ปเปอร์อังกฤษที่ชื่อ ดิซซีราสคอล เขาออกผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีซิงเกิลอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักรอย่าง “I’m Not Alone”

Calvin Harris กลับมาร้องเพลงอีกครั้งในผลงานใหม่ 'I Found You' กับ Benny  Blanco! – THE STANDARD

ผลงานช่วงแรกที่ประสบความสำเร็จของแฮร์ริสในช่วงแรกสุด เมื่อเขาอายุ 21 ปี คือเพลง “Da Bongos” และ “Brighter Days” ออกวางขายในรูปแบบคลับซิงเกิล 12 นิ้ว กับสังกัดพริมาเฟซี ต้นปี 2002 ภายใต้ชื่อ Stouffer

แฮร์ริสเซ็นสัญญากับอีเอ็มไอ (จัดจำหน่าย) และโซนีบีเอ็มจี (เพลง) ในปี 2006 หลังจากที่เขาถูกค้นพบผ่านทางเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ มายสเปซ แฮร์ริสย้ายกลับจากลอนดอนไปยังเมืองบ้านเกิดดัมฟรีส์ เพราะเขาไม่สามารถหางานทำได้ เขาออกผลงานเพลงเพียง 1 เพลงในปี 2004 กับศิลปิน อายาห์ เพลงปรากฏอยู่ในอัลบั้ม Electric Soul 2 ของ ดิอันอะบอมเบอร์ส

ผลงานอัลบั้มแรกของเขาชื่อ I Created Disco ออกวางขายเมื่อ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2007 อัลบั้มนี้มีแนวเพลงอัปเทมโปอิเลกโทรแคลชอยู่หลายเพลง ที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงในคริสต์ทศวรรษ 1980 และเพื่อประชาสัมพันธ์อัลบั้ม แฮร์ริสร่วมออกทัวร์ในสหราชอาณาจักร สนับสนุนศิลปินอย่างเฟธเลสและกรูฟอาร์มาดา

เพลงแรกที่ออกจากอัลบั้มคือ “Vegas” ออกในรูปแบบแผ่นเสียงไวนีล จำกัดจำนวน และเพลงที่เข้าชาร์ตจากอัลบั้มนี้คือเพลง “Acceptable in the 80s” เป็นเพลงอุทิศให้กับรูปแบบและวัฒนธรรมของคริสต์ทศวรรษนี้ เพลงติดท็อป 10 ในยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต และอยู่บนชาร์ตยาวนาน 15 สัปดาห์ ซิงเกิล “เดอะเกิลส์” ติดอันดับ 3 บนยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต ส่วนซิงเกิลที่ 4 ของอัลบั้ม “Merrymaking at My Place” ติดอันดับ 43 เขายังมีเพลง “Colours” ประกอบโฆษณาของเกียมอร์เตอร์ส กับโฆษณารถเกียโซล ในปี 2007 วงดรากอนเนตต์ ออกผลงานเพลงทำใหม่ของแฮร์ริส “เดอะเกิลส์” โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “เดอะบอยส์”

ในปี 2007 แฮร์ริสบันทึกเสียงเพลงกับไคลีย์ มิโนก เขาเป็นที่สนใจกับมิโนกหลังจากที่เขาบันทึกเสียงผ่านกับโปรดิวเซอร์เพลงของเธอ แฮร์ริสพูดเกี่ยวกับการทำงานกับไคลีย์ว่า “เหนือความคาดฝัน แต่สนุก” ถึงแม้เขาจะยอมรับกับนิตยสารมิกซ์แม็กในปี 2007 ว่าเขา “ต้องการเครื่องดื่มก่อนนิดหน่อย ก่อนที่จะพบเธอ” แฮร์ริสยังร่วมเขียนและโปรดิวซ์ 2 เพลงให้กับไคลีย์ มิโนก กับอัลบั้มชุด X ได้แก่เพลง ‘In My Arms’ และ ‘Heart Beat Rock’

เขายังมีเครดิตการทำงาน ในการเป็นโปรดิวเซอร์ในเวอร์ชันรีมิกซ์ในเพลงของเดอะมิตเชลล์บราเทอร์ส เพลงชื่อ “Michael Jackson” แฮร์ริสยังทำงานร่วมกับศิลปินเพลงป็อปอังกฤษ โซฟี เอลลิส-เบกซ์เตอร์ ยังร่วมเขียนเพลงใหม่ให้กับผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของเธอ

ในปี 2008 เขาร่วมงานกับแร็ปเปอร์ชาวสหราชอาณาจักร ดิซซี แรสคอล ในเพลงของดิซซีที่ชื่อ “Dance Wiv Me” พวกเขาแสดงเวอร์ชันอคูสติกกับทางบีบีซีที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีแกลสตันบูรีปี 2008 เพลงออกขายในรูปแบบดิจิตอลเมื่อ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2008 และติดอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักด้วย ต่อมาเมื่อ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2008 เขาร่วมมิกซ์เพลงทางวิทยุเรดิโอวัน รายการ Essential Mix เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

ในบทสัมภาษณ์ทางบีบีซีเรดิโอวัน กับเฟิร์น คอตตอน แฮร์ริสพูดว่าเขาปฏิเสธการทำงานร่วมกับเลดี้ กาก้า ในปี 2008 เพราะเขาไม่ชอบเพลงเดโมที่ให้เขามาและเขาไม่ต้องการขุ่นเคืองในเวลานั้น ต่อมาบีบีซีสัมภาษณ์เขาอีกครั้ง แฮร์ริสกล่าวว่า เลดี้ กาก้า “เป็นศิลปินที่ดี” ในการสัมภาษณ์เดียวกันเขาพูดถึงนักดนตรีวัย 16 ปีที่ชื่อริชาร์ด เจย์

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2008 แฮร์ริสพูดว่า ผลงานเพลงที่เขาทำอยู่สำหรับอัลบั้มใหม่ หายไป เขาทำแลปทอป หายเพราะมีปัญหาตรงที่ถือของกระเป๋า ในงานเปิดตัว London Heathrow Terminal 5 ต่อมาเขาพูดในงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบูรีปี 2008 ว่าเขาได้กระเป๋าคืนแล้ว รวมถึงอัลบั้มเพลงที่เขาทำ ในเวลาต่อมาไม่กี่วันที่หาย แฮร์ริสยอมรับว่ามันไม่เป็นจริงที่อัลบั้มไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเขาตั้งแต่แรก เขาหวังว่าที่เขาโกหกจะทำให้คนซื้ออัลบั้มเขามากขึ้นเมื่อถึงเวลาออกขาย ผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ออกวางขายเมื่อ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักร

ซิงเกิลแรก “แอมน็อตอโลน” ถูกเล่นเป็นพิเศษที่ซิดนีย์ ในงานปีใหม่ ซิงเกิลใหม่นี้เปิดตัวทางบีบีซีเรดิโอวันเมื่อ 23 มกราคม ค.ศ. 2009 ในรายการของพีท ทอง และออกขายเมื่อเมษายน ค.ศ. 2009 เข้าชาร์ตสัปดาห์แรกาของยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต ที่อันดับ 1 ในวันอีสเตอร์วันอาทิตย์ ด้วยยอดดาวน์โหลดเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นติดอันดับ 1 ยาว 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะออกขายเป็นแผ่น จากนั้นออกซิงเกิล “Ready for the Weekend” ติดอันดับ 3 บนยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต

แฮร์ริสออกทัวร์ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อประชาสัมพันธ์ซิงเกิลใหม่และอัลลั้มใหม่ ซิงเกิล “Ready for the Weekend” ได้นักร้องรับเชิญคือ แมรี เพียรซ์ เพลงอื่นจากอัลบั้ม “Worst Day” ได้อิซซา คิซซา และ “Yeah Yeah Yeah La La La” ใช้เป็นเพลงประกอบโฆษณาโคคา-โคลา ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 นิตยสารเอ็นเอ็มอี ประกาศว่าอัลบั้มที่ 2 ของแฮร์ริส Ready for the Weekend ออกวางขาย 17 สิงหาคม ค.ศ. 2009 เพลง “Holiday” และ “Ready for the Weekend” ติดอยู่ในรายชื่อเพลงที่จะเล่นทางวิทยุ นอกจากนั้นเพลง “I’m Not Alone” ที่ใช้ถูกตัดเป็นบางส่วนในรีมิกซ์เพลงของมาดอนน่า เพลง “Frozen” ในการออกทัวร์ Sticky & Sweet Tour

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2009 แฮร์ริส ปรากฏตัวในซัมเมอร์ไทม์บอลลที่ สนามกีฬาเอมิเรต และแสดงเพลง “I’m Not Alone”, “The Girls” และ “Acceptable in the 80s” เขาร่วมแสดงกับดิซซี แรสคอลและโครม เพลง “Dance Wiv Me” แฮร์ริสยังเป็นแขกรับเชิญให้กับเพลงของทีแอสโตในเพลง “Century”  ที่อยู่ในอัลบั้มชุด Kaleidoscope ออกขาย 6 ตุลาคม ค.ศ. 2009

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 แฮร์ริสได้ขึ้นไปป่วนบนเวทีการแข่งขันรายการประกวดความสามารถของอังกฤษที่ชื่อรายการ The X Factor ในระหว่างการแสดงของจอห์นและเอ็ดเวิร์ด โดยเอาสับปะรดไว้ที่หัวและพยายามชี้ไปที่หาง ซึ่งต่อมาเขาก็ถูกไล่ออกไปจากสตูดิโอโดยทีมรักษาความปลอดภัยและบอกว่าไม่ให้กลับมาอีกในรายการนี้ ซึ่งในคราวแรกเขาเป็นแขกรับเชิญให้รายการนี้ ต่อมาเขาออกมาขอโทษทางทวิตเตอร์ โดยเขาบอกว่าเป็นแฟนของเด็กคู่นี้ โดยบอกว่า “เมื่อไตร่ตรองแล้ว ผมมีสับปะรดบนหัว ผมขอโทษถ้ามันทำให้ใครบางคนต้องอับอาย ปล. ผมรักเจดเวิร์ด” ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เขาพูดทางรายการเดอะคริสมอยส์โชว์ เปิดเผยว่า “ผมมีแรงบันดาลใจที่จะทำรายการล้อเลียน” และเขาพูดว่า “ถ้าคุณดูเพลง คุณจะเห็นว่าไซม่อน โคเวลล์ เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างน่ากลัว ที่ครอบครองชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรในขณะนี้”

ในระหว่างวันที่ 15 – 31 มกราคม ค.ศ. 2010 แฮร์ริสแสดงในงานบิ๊กเดย์เอาต์ 2010 ที่ชัดขึ้นในเมืองใหญ่ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

Zayn Malik หนุ่มหล่ออดีตนักร้องวง One Direction

เซน มาลิก (Zayn Malik) หนุ่มหล่อจากวง One Direction ได้ประกาศอำลาวง เนื่องจากเขาเองต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวแบบคนทั่วไป ซึ่งทำให้วง One Direction ที่มีสมาชิก 5 คน อันประกอบด้วย เซน มาลิก, หลุยส์ ทอมลินสัน, นีล ฮอแรน, เลียม เพนย์, แฮร์รี่ สไตล์ส ต้องเหลือสมาชิกแค่ 4 คน วันนี้ กระปุกดอทคอม ก็มีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ เซน มาลิก มาฝากกัน

1.  เซน มาลิก เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ปากีสถาน จนทำให้เข้าเขากับเพื่อนไม่ได้
                 เซน มาลิก มีคุณพ่อเป็นชาวอังกฤษ-ปากีสถาน และคุณแม่ที่มีเชื้อสายอังกฤษ-ไอริช เขาเติบโตขึ้นมาในเมืองแบรดฟอร์ด แต่เนื่องจากการที่เขามีเชื้อสายปากีสถาน ทำให้เขาไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ จนกระทั่งเขาได้ย้ายโรงเรียนเมื่ออายุ 12 ขวบ ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจที่เขาเองเป็นลูกครึ่งอย่างแท้จริง

2. เซน มาลิก ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา
                 ชื่อ Zayn Malik (เซน มาลิก) ไม่ใช่ชื่อจริงของหนุ่มคนนี้แม้แต่น้อย จริง ๆ เขาชื่อ Zain Malik (ซาอิน มาลิก) ต่างหาก โดยเขาเปลี่ยนชื่อเมื่อเริ่มเข้าวงการ

3. เซน มาลิก ไม่ได้สมัครประกวดในรายการ X Factor 2010 เป็นปีแรก

      เราอาจจะรู้จัก เซน มาลิก จากการประกวด เอ็กซ์ แฟคเตอร์ 2010 ซึ่งเป็นเรียลริตี้โชว์ชื่อดังในสหราชอาณาจักร แต่จริง ๆ แล้ว เซน มาลิก เคยสมัครเข้าประกวดในรายการนี้เมื่อปี 2009 แต่เขาไม่ได้เข้ามาออดิชั่น เนื่องจากเขาตื่นเต้นและประหม่า จนกระทั่งปี 2010 ที่เขาได้มาประกวดและกลายมาเป็นสมาชิกวง One Direction

4. เซน มาลิก มีรอยสักตามร่างกายถึง 34 แห่ง
                 เซน มาลิก เป็นคนที่รักการสักเป็นอย่างมาก เขามีรอยสักตามร่างกายถึง 34 แห่ง โดยที่รอยสักแรกของเขาคือชื่อของคุณปู่ในภาษาอารบิก และเขายังสักชื่อคู่หมั้นสาว เพอร์รี่ เอ็ดเวิร์ดส จากวง Little Mix ไว้ที่แขนอีกด้วย

5. เซน มาลิก เป็นโรคกลัวน้ำ
                 เซน มาลิก มีโรคประจำตัวคือ โรคกลัวน้ำ ซึ่งหมายความว่า เขาเองไม่สามารถลงทะเลหรือมหาสมุทรได้ และเขาเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นด้วย

6. เซน มาลิก มีวง N Sync เป็นไอดอลในดวงใจ
                 วงดนตรีที่ เซน มาลิก ชอบนั้นคือวงบอยแบนด์รุ่นพี่อย่าง N Sync และเขาเองยังมีเพลงโปรดอย่างเพลง ทริลเลอร์ ของ ไมเคิล แจ็กสัน อีกด้วย

7. เซน มาลิก มีเจ้าของหัวใจเรียบร้อย
                 เซน มาลิก รู้จักกับ เพอร์รี่ เอ็ดเวิร์ด จากรายการ the X Factor จนกระทั่งเธอกลายเป็นสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง Little Mix จากนั้นในเดือนมีนาคม ปี 2012 ทั้งคู่ก็ออกเดทกัน หลังจากนั้น 1 ปี เซน มาลิก ก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ทั้งสองคนได้หมั้นกันแล้ว แต่เนื่องจากงานที่ยุ่งสุด ๆ ทำให้ทั้งเพอร์รี่และเซนยังไม่ได้จัดงานแต่งงานกัน แต่จะมีการจัดงานแต่งงานแน่นอน

8. เซน มาลิก ประกาศอยากร่วมงานกับ บรูโน่ มาร์ส

 เซน มาลิก เผยว่า ดนตรีแบบเออร์แบน คือแนวดนตรีที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด เขาชื่นชอบแนวดนตรีแบบอาร์แอนด์บีและแร็พ ซึ่งเขาเองอยากร่วมงานกับศิลปินอย่าง บรูโน่ มาร์ส มาก ๆ เลยล่ะ

9. เซน มาลิก ประกาศตัวเป็นสาวกผีแดงตัวจริง
                 แม้ว่าเซนเองจะเกิดที่แบรดฟอร์ด แต่เขาบอกว่า เขาชื่นชอบทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนกับแฮร์รี่และหลุยส์ และคิดว่า เดวิด เบ็คแฮม คือซูเปอร์สตาร์วงการกีฬาที่เขาชื่นชมเป็นอย่างมาก

10. เซน มาลิก ไม่เคยมีพาสปอร์ตมาก่อนที่จะเข้าวง One Direction
                 ก่อนหน้าที่ เซน มาลิก จะมาเป็นสมาชิกวง  One Direction เขาเองไม่เคยมีพาสปอร์ตมาก่อน แต่หลังจากที่เขารวมวง  One Direction เขากลับกลายเป็นคนที่ต้องออกบินอยู่ตลอดเวลา
                 แม้ว่าตอนนี้  เซน มาลิก จะลาออกจากวง One Direction แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงไม่มีวันลืมหนุ่มคนนี้แน่นอน

ทำความรู้จักกับนักร้องสาวสุดฮอต Ariana Grande-Butera

อารีอานา กรานเด-บูเทรา (อังกฤษ: Ariana Grande-Butera) หรือชื่อในวงการคือ อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) เป็นนักร้องและนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเริ่มงานละครบรอดเวย์เรื่อง 13 ก่อนรับบทแคต วาเลนไทน์ ในซีรีส์โทรทัศน์วิกทอเรียส ช่องนิกเคโลเดียนในปี ค.ศ. 2009 ซีรีส์ฉายจบสี่ซีซัน และกรานเดแสดงในภาคแยกเรื่อง แซมแอนด์แคต ฉายจบในปี ค.ศ. 2014 เธอยังมีบทบาทในละครเวที โทรทัศน์ และภาพยนตร์ และพากย์เสียงให้แอนิเมชันโทรทัศน์และภาพยนตร์ด้วย

อารีอานา กรานเด-บูเทรา

กรานเดเริ่มงานดนตรีด้วยเพลงประกอบซีรีส์ อัลบั้มเพลงจาปวิกทอเรียส (2011) เธอเซ็นสัญญากับค่ายรีพับลิกเรเคิดส์และออกสตูดิโออัลบั้มแรก ยัวส์ทรูลี ในปี ค.ศ. 2013 เปิดตัวอันดับหนึ่งในชาร์ตบิลบอร์ด 200 ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม “เดอะเวย์” เปิดตัวที่อันดับ 10 ในชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 นักวิจารณ์เปรียบช่วงเสียงของเธอกับช่วงเสียงของมารายห์ แครี

15 ข้อ ที่จะทำให้คุณรู้จักนักร้องสาว อาเรียน่า กรานเด มากขึ้น | Ariana  Grande

สตูดิโออัลบั้มที่สองของกรานเดคือ มายเอฟรีทิง (2014) เปิดตัวที่อันดับหนึ่งในสหรัฐ และขึ้นถึงสิบอันดับแรกในอีกหลายประเทศ ซิงเกิล “พรอบเบลิม” “เบรกฟรี” “แบงแบง” และ “เลิฟมีฮาร์ดเดอร์” มาจากอัลบั้มนั้น เธอมีเพลงติดสิบอันดับแรกในชาร์ตบิลบอร์ด 100 ยาวนาน 34 สัปดาห์ติดต่อกัน กรานเดส่งเสริมอัลบั้มมายเอฟรีทิงด้วยการทัวร์รอบโลกครั้งแรกในชื่อ เดอะฮันนีมูนทัวร์ และแสดงรับเชิญในซีรีส์โทรทัศน์สยองขวัญตลกทางช่องฟ็อกซ์เรื่อง สกรีมควีนส์ เธอออกซิงเกิล “โฟกัส” เปิดตัวที่อันดับ 7 ในสหรัฐ และออกอีพีชื่อ คริสต์มาสแอนด์ชิล และร่วมร้องเพลงในหลายโครงการ ในปี ค.ศ. 2016 เธอออกสตูดิโออัลบั้มที่สาม เดนเจอรัสวูแมน และอีกหลายเพลงจากอัลบั้ม เพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มเปิดตัวที่อันดับ 10 ในชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ทำให้กรานเดเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของชาร์ตที่ซิงเกิลแรกในสามอัลบั้มเปิดตัวในสิบอันดับแรก อัลบั้มเปิดตัวที่อันดับ 2 ในชาร์ตบิลบอร์ด 200

Ariana Grande แปลงเพลงฮิตเป็นน้ำหอม เตรียมขาย 18 สิงหาคมนี้ | THE STANDARD  | LINE TODAY

รางวัลที่กรานเดได้รับ ได้แก่ รางวัลอเมริกันมิวสิกอะวอดส์ 3 รางวัล รางวัลศิลปินแจ้งเกิดแห่งปีของสมาคมธุรกิจดนตรี รางวัลเอ็มทีวีมิวสิกอะวอดส์ 1 รางวัล รางวัลเอ็มทีวียุโรปมิวสิกอะวอดส์ 3 รางวัล และเข้าชิงรางวัลแกรมมี 4 รางวัล อัลบั้มของเธอสามอัลบั้มได้รับการรับรองระดับแพลตินัมโดยสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2016 ไทม์ให้กรานเดเป็นหนึ่งใน 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกในรายชื่อไทม์ 100 ประจำปี ในปี ค.ศ. 2017 กรานเดทัวร์ในอเมริกาเหนือและยุโรป ในปี ค.ศ. 2019 กรานเดเป็นผู้หญิงที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากที่สุด

ประวัติวง 5 Seconds of Summer

วงดนตรีแนวป็อปร็อกผสานกับความเป็นพังค์ที่ทำผลงานเพลงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ พวกเขาคือวงที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ถือว่าเป็นวงดนตรีรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสและมาแรงสุดๆ วงหนึ่งของโลกเวลานี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ 5 Seconds of Summer ถือว่ามีประวัติที่น่าสนใจมากทีเดียว เชื่อว่าใครเคยฟังเพลงของเขาจะต้องติดใจไปกับคำร้องและท่วงทำนองดนตรีที่ไม่เหมือนใคร ยากจะหาวงไหนมาเลียนแบบได้

ประวัติน่าสนใจของ 5 Seconds of Summer

5 Seconds of Summer ก่อกำเนิดขึ้นในปี 2011 เริ่มจากการมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย ลุค เฮมมิงก์ส ตำแหน่งร้องนำ / กีตาร์, ไมเคิล คลิฟฟอร์ด ตำแหน่งร้องคอรัส / กีตาร์, คัลลัม ฮูด ตำแหน่งร้องคอรัส / เบส และแอชตัน เออร์วิน ตำแหน่งร้องคอรัส / กลอง พวกเขาเริ่มเส้นทางสายดนตรีด้วยการโพสต์วีดีโอการร้องเพลงคัฟเวอร์จากบรรดาศิลปินชื่อดังผ่านเว็บไซต์ Youtube กระทั่งกระแสความดังของเขาค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนเริ่มติดตามมากขึ้นจากคอนเสิร์ต Take Me Home Tour ที่ไปเล่นกับวัน ไดเร็กชั่น เมื่อปี 2013 ความแปลกของวง 5 Seconds of Summer อย่างหนึ่งคือ ด้วยความที่พวกเขาหน้าตาดีกันหมดทำให้หลายคนมักคิดว่าเขาคือวงบอยแบนด์ ซึ่งสมาชิกในวงก็มักออกมาให้ข่าวปฏิเสธพร้อมบอกตลอดว่าพวกเขาเป็นเพียงวงดนตรี พร้อมกันนี้เคยมีการให้เหตุผลเกี่ยวกับคำว่า บอยแบนด์ เอาไว้อย่างน่าสนใจคือ บอยแบนด์เป็นนักร้องผู้ชายที่เน้นการร้องและเต้น แม้บางคนในวงอาจเล่นดนตรีด้วยแต่ก็ไม่ได้ถือว่าเล่นเป็นหลัก อีกทั้งบอยแบนด์จะไม่ค่อยเข้ามามีส่วนด้านการเขียนเพลง แต่พวกเขาในนาม 5 Seconds of Summer มีทั้งการเขียนเพลง เล่นดนตรี และร้องเอง ไม่มีการเต้น

The 1975 จุดเริ่มต้น มิตรภาพ ความเจ็บปวด และการก้าวมาเป็นวงดนตรีสำคัญของชาวมิลเลนเนียล

 

HIGHLIGHTS

  • The 1975 คือวงดนตรีจากแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย แมทธิว ฮีลีย์ (ร้องนำ, กีตาร์), อดัม ฮานน์ (กีตาร์), รอส แมคโดนัลด์ (เบส) และจอร์ช แดเนียล (กลอง) พวกเขาฟอร์มวงขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยที่ทุกคนยังเป็นวัยรุ่นและเรียนไฮสคูลอยู่ที่โรงเรียนวิล์มสโลว์เมื่อปี 2002 และหลังจากนั้นพวกเขาผ่านการโชว์ตามงานภายใต้ชื่อวงมาหลายชื่อ อาทิ Me and You Versus Them, Forever Drawing Six, Talkhouse, The Slowdown, Bigsleep และ Drive Like I Do ก่อนจะมาจบที่ชื่อ The 1975
  • ทางวงเคยได้รางวัลศิลปินยอดแย่จาก NME นิตยสารดนตรีชื่อดังในปี 2014 ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมาพวกเขาจะนำสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 อย่าง I Like It When You Sleep, for You Are So Beautiful yet So Unaware of It อัลบั้มชื่อยาวที่มีความป๊อปขึ้นมากจากอัลบั้มแรกมาผงาดขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ต Album of the Year ของ NME
  • ช่วงซัมเมอร์ของปี 2017 ในขณะที่วงกำลังไปได้สวย แมทธิวกลับตกอยู่ในช่วงเวลาอันยากลำบาก เพราะตอนนั้นเขาเสพติดเฮโรอีนอย่างหนัก แต่โชคดีที่ตอนนั้นทางวงกำลังจะเริ่มทำอัลบั้มใหม่อย่าง A Brief Inquiry Into Online Relationships พอดี มันจึงทำให้แมทธิวตระหนักได้ว่าเขาต้องสลัดอาการติดยาออกไปก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้

 

“80s คือยุคของ The Smiths, 90s เป็นช่วงเวลาของวง Oasis แม้ผมจะเลือก Radiohead, ปี 2000s เป็นยุคทองของวงอย่าง Arctic Monkeys แต่สำหรับช่วงเวลานี้ มันคือยุคสมัยของพวกผม” ประโยคนี้กล่าวโดย แมทธิว ฮีลีย์ ฟรอนต์แมนของวง The 1975 ผู้ที่เชื่อและนิยามวงดนตรีของเขาว่าเป็นวงแห่งยุคสมัยปัจจุบัน

The 1975 คือวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟป๊อปร็อกจากแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย แมทธิว ฮีลีย์ (ร้องนำ, กีตาร์), อดัม ฮานน์ (กีตาร์), รอส แมคโดนัลด์ (เบส) และจอร์ช แดเนียล (กลอง) พวกเขาฟอร์มวงขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยที่ทุกคนยังเป็นวัยรุ่นและเรียนไฮสคูลอยู่ที่โรงเรียนวิล์มสโลว์ มณฑลเชชเชอร์ เมื่อปี 2002 ซึ่งการแสดงแรกของวงเกิดขึ้นในงานที่จัดโดยเจ้าหน้าที่สภาท้องถิ่นของเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ และหลังจากนั้นพวกเขาผ่านการโชว์ตามงานแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ตต่างๆ ภายใต้ชื่อวงมาหลากหลายชื่อ อาทิ Me and You Versus Them, Forever Drawing Six, Talkhouse, The Slowdown, Bigsleep และ Drive Like I Do ก่อนจะมาจบที่ชื่อ The 1975 และชื่อนี้แมทธิวได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่เขาดันไปเปิดหนังสือกวีเล่มหนึ่งของนักเขียนชาวอเมริกัน แจ็ค เครูแอ็ก ซึ่งด้านหลังของหนังสือเล่มนั้นมีตัวหนังสือระบุเอาไว้ว่า “1 June, The 1975”

ทั้ง 4 คนทำเพลงและเดินทางผ่านกาลเวลาด้วยกันมานานเกือบ 2 ทศวรรษ ก่อนที่โลกจะได้รู้จักกับ The 1975 แบบจริงจังและเป็นวงกว้างมากขึ้นในปี 2013 จากอัลบั้มเดบิวต์ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกในชื่อ ‘The 1975’ ชื่อเดียวกับชื่อวง

หากใครติดตามและเป็นแฟนเพลงของ The 1975 หรือ ‘เดอะ หนึ่งเก้าเจ็ดห้า’ ชื่อที่แฟนเพลงชาวไทยคุ้นหูมาตั้งแต่ต้น ก็คงจะทราบดีว่าทางวงเคยได้รางวัลศิลปินยอดแย่จาก NME นิตยสารดนตรีชื่อดังของสหราชอาณาจักรในปี 2014 ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมา พวกเขาจะนำสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 อย่าง I Like It When You Sleep, for You Are So Beautiful yet So Unaware of It อัลบั้มชื่อยาวที่มีความป๊อปขึ้นมากจากอัลบั้มแรกมาผงาดขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ต Album of the Year ของ NME สื่อที่เคยบอกว่าพวกเขาเป็นวงดนตรีที่ห่วยแตกที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่พวกเขาพาอัลบั้มที่ 2 ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งใน NME List เป็นอัลบั้มแห่งปี 2016 แล้ว พวกเขายังได้รับรางวัลศิลปินที่เล่นสดได้ดีที่สุดของ NME ในปีถัดมาอีกด้วย

พวกเขาแสดงให้แฟนเพลงและคนทั้งโลกได้เห็นว่าคำวิจารณ์หรือความคิดเห็นลบๆ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พวกเขามักจะนำมันมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์งานให้ออกมามีความแปลกใหม่และดีกว่าเดิมอยู่เสมอ

แต่ถึงอย่างนั้น ช่วงซัมเมอร์ของปี 2017 ในขณะที่วงกำลังไปได้สวย แมทธิวกลับตกอยู่ในช่วงเวลาอันยากลำบาก เพราะตอนนั้นเขาเสพติดเฮโรอีนอย่างหนัก ซึ่งมันส่งผลให้เขาจมอยู่กับความเครียดและความวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตแย่ลงไปอีก ช่วงเวลานี้มันเป็นเหมือนฝันร้ายของเขา แต่โชคดีที่ตอนนั้นทางวงกำลังจะเริ่มทำอัลบั้มใหม่อย่าง A Brief Inquiry Into Online Relationships พอดี มันจึงทำให้แมทธิวตระหนักได้ว่าเขาต้องสลัดอาการติดยาเสพติดออกไปก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้

แมทธิวตัดสินใจเข้ารับการบำบัดและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองที่สถานบำบัดบนเกาะบาร์เบโดสเป็นเวลา 6 สัปดาห์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 2017 เขาก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้ และเมื่อฟรอนต์แมนอย่างเขากลับมาก็ถึงเวลาที่ The 1975 ต้องเดินหน้ากันต่อ

“ผมมีอีกหลายสิ่งที่สำคัญในชีวิต” เขากล่าวหลังก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้

นับตั้งแต่เดบิวต์จนถึงปัจจุบัน The 1975 โด่งดังและมีฐานแฟนเพลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สังเกตได้จากการประกาศทัวร์ในหลายเมืองทั่วโลก การได้ขึ้นเป็น Headliner ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีชื่อดังอย่าง Reading and Leeds ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม และการขายบัตรคอนเสิร์ตของพวกเขาที่กระแสตอบรับจากแฟนเพลงดีมากจนทำให้บัตร sold out อย่างรวดเร็วในหลายๆ เมือง รวมทั้งโชว์ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ประเทศไทยของเราด้วยที่บัตรขายหมดภายในเวลาไม่กี่นาที

ส่วนอัลบั้มใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกมาไม่นานอย่าง A Brief Inquiry Into Online Relationships อัลบั้มที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และหลากหลายของแนวดนตรีก็ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากสื่อหลายสำนักว่าเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยม และหากสังเกตดีๆ เราจะเห็นว่าการทำงานตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มล่าสุดของ The 1975 นั้นมีความหลากหลาย มีซาวด์ดนตรีเป็นเอกลักษณ์ และไม่เคยยึดติดกับแนวเพลงใดเป็นพิเศษ พวกเขาชอบทำและทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยครั้งหนึ่ง The 1975 เคยถูกเรียกว่าเป็นวงอินดี้ป๊อป, อินดี้ร็อก, ป๊อป, ร็อก, ป๊อปร็อก, อิเล็กโทรป๊อป, ฟังก์ร็อก แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันเราไม่สามารถไปจำกัดความพวกเขาได้อีกแล้วว่าเป็นวงแนวนั้นแนวนี้ เพราะทุกครั้งที่เราเห็น The 1975 ออกอัลบั้มใหม่ พวกเขาจะกลับมาพร้อมกับงานที่มีส่วนผสมแปลกใหม่และต่างไปจากเดิมเสมอ อีกทั้งในอัลบั้มก็จะเต็มไปด้วยเพลงที่มีความหลากหลายทางแนวดนตรี ไม่จำกัดเฉพาะแนวไหนเป็นพิเศษ

 

 

แมทธิวบอกว่าเขาได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากศิลปินอย่าง Talking Heads, My Bloody Valentine และไมเคิล แจ็คสัน แต่บุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดในการทำงานกับเขามากที่สุดคือ จอห์น ฮิวจ์ส ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานอย่าง Home Alone, The Breakfast Club และ Ferris Bueller’s Day Off

สิ่งต่างๆ เหล่านี้น่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกและพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกินจริงจากสิ่งที่แมทธิวกล่าวไว้เลย พวกเขาคือหนึ่งในวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งยุคสมัยปัจจุบัน แต่ถามว่าพวกเขาใช่วงดนตรีที่ดีที่สุดเลยไหม อันนี้ก็คงไม่มีใครสามารถตอบและตัดสินได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พูดได้แน่นอนเลยคือเวลานี้พวกเขากำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดชนิดที่ไม่ว่าอะไรก็หยุดไม่อยู่อีกแล้ว

สำหรับแฟนๆ ชาวไทยของ The 1975 ก็ต้องอดใจรอกันหน่อย เพราะอีกไม่นานพวกเขาก็จะกลับมาแสดงสดๆ ให้พวกเราได้ดูตรงหน้ากันอีกครั้งในวันที่ 13 กันยายนนี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี หลังจากที่เคยมาครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าแฟนเพลงชาวไทยของ 4 หนุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์คงตั้งตารอคอยให้ถึงวันนั้นเร็วๆ และหากนับวันรอตั้งแต่วันนี้ ผมว่ามันก็ไม่นานเท่าไรนะครับ

 

ประวัตินักร้อง, นักแเสดงต่างประเทศ