Black Pink

แบล็กพิงก์ (; อังกฤษ: Black Pink, มักเขียน BLACKPINK หรือ BLΛƆKPIИK) เป็นเกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ สังกัดค่ายวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสี่คนคือ จีซู, เจนนี, โรเซ และลิซ่า เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2016 กับซิงเกิลอัลบั้ม สแควร์วัน หลังจากวางจำหน่าย ซิงเกิล “วิสเซิล” กลายเป็นเพลงแรกของวงที่ขึ้นอันดับ 1 บนแกออนดิจิทัลชาร์ต เช่นเดียวกับซิงเกิล “บูมบายาห์” กลายเป็นเพลงแรกที่ติดอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ด เวิลด์ดิจิทัลซองส์ วงยังได้รับรางวัลโกลเดนดิสก์อะวอดส์และโซลมิวสิกอะวอดส์สาขาศิลปินหน้าใหม่แห่งปี

ในปี ค.ศ. 2019 แบล็กพิงก์ทำสถิติเป็นเกิร์ลกรุปเคป็อปที่ได้อันดับสูงสุดทั้งบน บิลบอร์ด ฮอต 100 และ บิลบอร์ด 200 เพลง “คิลดิสเลิฟ” ขึ้นถึงอันดับที่ 41 และอันดับที่ 24 ด้วยอีพีชุดที่สองของวง คิลดิสเลิฟ ตามลำดับ รวมถึงเป็นเกิร์ลกรุปเคป็อปวงแรกและวงเดียวที่ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ต บิลบอร์ด ประเภทศิลปินหน้าใหม่ และเป็นศิลปินหญิงกลุ่มแรกที่มีซิงเกิลอันดับหนึ่งของชาร์ตบิลบอร์ด เวิลด์ดิจิทัลซองส์ ถึง 5 เพลง ซิงเกิล “ตู-ดู ตู-ดู” กลายเป็นมิวสิกวิดีโอที่มียอดเข้าชมมากที่สุดของศิลปินกลุ่มเคป็อปทั้งหมด โดยมียอดเข้าชมมากกว่า 1 พันล้านครั้งในยูทูบ

หลังจากประชาสัมพันธ์ว่าจะมีเกิร์ลกรุปกลุ่มใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ทำให้เด็กฝึกเป็นที่คาดหวังอย่างมาก มีการเข้าและออกตลอดหลายปีผ่านมา จนในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ทางวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ยืนยันว่า เกิร์ลกรุปกลุ่มใหม่จะเปิดตัวในฤดูร้อนนี้ ต่อมาในวันที่ 30 พฤษภาคม มีการประกาศว่าจะเปิดเผยข้อมูลสมาชิกแต่ละคนในทุกวันพุธต่อจากนี้ สมาชิกคนแรกที่ประกาศคือ เจนนี ในวันที่ 1 มิถุนายน ตามมาด้วย ลิซ่า (ลลิษา) สัญชาติไทย และ จีซู ในวันที่ 8 และ 15 ตามลำดับ และสมาชิกคนสุดท้ายที่ประกาศในวันที่ 22 คือ โรเซ (โรซอนเน) สัญชาติเกาหลี-ออสเตรเลีย รวมสมาชิกทั้งหมดสี่คน ในวันที่ 29 มิถุนายน มีการประกาศชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการว่า แบล็กพิงก์ และในวันที่ 29 กรกฎาคม มีการประกาศว่าจะเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 20.00 น. (8.00 pm)

ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2016 เวลา 15.00 น. แบล็กพิงก์เปิดตัวครั้งแรกในงานโชว์เคสพร้อมกับซิงเกิลอัลบั้ม สแควร์วัน รวมไปถึงเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง “บูมบายาห์” และ”วิสเซิล” ทั้งสองเพลงออกจำหน่ายในเวลา 20.00 น. บนเว็บไซต์เพลงดิจิทัลในเกาหลีใต้ และไอทูนส์ ทั่วโลก”บูมบายาห์” อำนวยการสร้างโดย เท็ดดี พัก และเขียนร่วมกับ เบกกา บูม มิวสิกวิดีโอกำกับโดย ซอ ฮย็อน-ซึง โดยเป็นเพลงแนว”มินิมัลฮิปฮอป” “วิสเซิล” อำนวยการสร้างโดย เท็ดดี พัก และ ฟิวเจอร์ เบานซ์ เขียนเพลงโดย เท็ดดี พัก และ เบกกา บูม

เพลง “บูมบายาห์” และ “วิสเซิล” ขึ้นถึงอันดับ 1 และ 2 บนชาร์ตบิลบอร์ดเวิลด์ดิจิทัลซองส์ ด้วยภายในเวลาอันรวดเร็วทำให้แบล็กพิงก์เป็นศิลปินเกาหลีอันดับที่ 3 ถัดจากไซและบิกแบงที่ขึ้นถึง 2 อันดับแรกในชาร์ตได้ อัลบั้ม สแควร์วัน ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ เปิดตัวที่อันดับ 1 ในสิบสี่ประเทศบนชาร์ตอัลบั้มทั่วโลกของไอทูนส์ในปี ค.ศ. 2016 “วิสเซิล” ยังสามารถติดชาร์ตดิจิทัล, ดาวน์โหลด, สตรีมมิง และโมบายล์ บนแกออนชาร์ตประจำเดือนสิงหาคม วงยังได้อันดับ 1 ในชาร์ตวีกลี, ป็อปปูอาริตี, มิวสิกวิดีโอ และเคป็อปมิวสิกวิดีโอ รวมถึงชาร์ตเพลงสตรีมมิงบนคิวคิวมิวสิก ซึ่งเป็นเว็บฟังเพลงที่ใหญ่ที่สุดในจีน แบล็กพิงก์ขึ้นแสดงดนตรีครั้งแรกในรายการ อินกีกาโย ทางช่องเอสบีเอส เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2016 วงยังทำลายสถิติเป็นเกิร์ลกรุปที่ได้รางวัลในรายการเพลงเร็วที่สุด หลังจากเปิดตัวได้เพียง 13 วัน และได้โปรโมตอัลบั้ม สแควร์วัน เป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2016 ด้วยการชนะ อินกีกาโย อีกหนึ่งครั้ง

แบล็กพิงก์ได้วางจำหน่ายซิงเกิลอัลบั้มที่สองคือ สแควร์ทู กับเพลงหลัก “เพลย์อิงวิทไฟร์” และ “สเตย์” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ทั้งสองเพลงอำนวยการสร้างโดย เท็ดดี ร่วมกับ อาร์.ที และ ซอ ว็อน จิน และได้แสดงบนคัมแบ็กสเตจในรายการ อินกีกาโย และ เอ็ม เคาต์ดาวน์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 “เพลย์อิงวิทไฟร์” ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต บิลบอร์ด เวิลด์ดิจิทัลซองส์ ในเกาหลีใต้ ขึ้นอันดับ 3 ในขณะที่เพลง “สเตย์” ติดอันดับ 10

การเปิดตัวของแบล็กพิงก์ประสบความสำเร็จ ด้วยการคว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมหลายงาน เช่น เมลอนมิวสิกอะวอดส์, โกลเดนดิสก์อะวอดส์ และโซลมิวสิกอะวอดส์ นอกจากนี้ บิลบอร์ด ยังจัดอันดับวงให้อยู่อันดับ 2 ในรายชื่อ “กลุ่มศิลปินเคป็อปหน้าใหม่ยอดเยี่ยม” ประจำปี ค.ศ. 2016

ประวัติNicki Minaj

เธอมีชื่อจริงว่า “โอนิก้า ทานญ่า มาราจ” (Onika Tanya Maraj) มีหลายคนอ่านออกเสียงนามสกุลเจ๊เราผิดมาก เรียก”มะนาจ”นะคะ

“นิคกิ มะนาจ” (ให้ออกเสียง Minaj ว่า มะนาจ)  เกิดในปี 1982 ที่ เซนต์ เจมส์ โดยพ่อ-แม่เชื้อสาย อินเดีย แอฟริกัน-ตรินิแดด และอาศัยอยู่กับย่าที่ เซนต์ เจมส์ จนอายุได้ 5 ปี พ่อแม่ของเจ๊เราก็ย้ายไปอยู่ในนิวยอร์กและพาเจ๊ไปด้วย พ่อของนิคกินั้นติดเหล้าและยาเสพติดหนักมาก ถึงขั้นเคยพยายามจะฆ่าแม่ของเจ๊!!! ด้วยการให้นั่งอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้, นิคกิ มะนาจ สำเร็จการศึกษาจาก LaGuardia High School

นิกกี้ มินาจ

ปี 2007 นิกกิ้มีอัลบัมแรกเป็นอัลบัมใต้ดิน แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก ต่อมาได้ปล่อยอัลบัมใต้ดินที่ 2 ชื่อ Sucka Free ในปี 2008 ต่อมาอีกในปี 2009 นิคกิมีอัลบัมที่ 3 และครั้งนี้เองที่นิกกี้ได้รางวัล ศิลปินใต้ดินหญิงยอดเยี่ยม (Female Artist of the Year award) ในปีเดียวกันนี้นิคกิยังมีอัลบัมต่อมาอีกเป็นอัลบัมที่ 4 คือ Beam Me Up Scotty ซึ่งเป็นอัลบัมใต้ดินที่ค่อนข้างดัง มีการนำอัลบัมและเพลงไปออกในหลายสื่อ และในอัลบัมนี้เองที่นิกกี้เซนสัญญากับ Cash Money แล้ว

นิกกี้ มะนาจ ได้พบกับ ลิล เวย์น หัวหน้า Young Money Entertainment หลังจากที่มีคนนำเอาดีวีดีแร็ปที่ขายพร้อมอัลบัมใต้ดินไปให้ลิล เวย์นดู และลิล เวย์น ชอบมาก เขาต้องการตัวเจ๊เราในทันทีต่อมานิคกิเซนสัญญากับ Young Money Entertainment ของ ลิล’ เวย์น (Lil’ Wayne) เธอได้กลายเป็นศิลปินบนดินและศิลปินของค่ายอย่างเต็มตัว โดยมีเพลง “Every Girl” เป็นเพลงแรกที่ร่วมกับค่าย ตามมาด้วย “BedRock” และ “Roger That”

จากหลายเพลงของเธอนั้น มีการบอกเป็นนัยว่าเธอมีรสนิยมทางเพศเป็นประเภท “ไบเซ็กส์ชวล”  เจ๊เราก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอไม่เดทกับผู้หญิงหรือมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ก็ไม่เดทกับผู้ชายเหมือนกัน ในบทสัมภาษณ์ของนิตยาสาร “ไวบ์” (Vibe) เจ๊เล่าว่า “ฉันกอดกับคนที่มีไลฟ์สไตลย์ในทุกประเภท และบอกได้ว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความสวยงามและย้ำยวน”.

อัตตะที่สองชีวิตวัยเด็กที่ นิคกิ มะนาจ เติบโตมานั้น เป็นชีวิตที่ค่อนข้างสับสนวุ่ยวายมาก ซึ่งก็มาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่นเหมือนครอบครับอื่นๆ พ่อแม่ของนิคกิมักทะเลาะกันบ่อยครั้ง เป็นเหตุให้เจ๊ต้องการหลีกหนีจากเหตุการณ์นั้นๆ นิคกิเริ่มสร้างเพื่อนในจินตนาการ แล้วให้เพื่อนที่สร้างขึ้นมาจากจิตนาการนั้น มาอาศัยอยู่ในครอบครัวของเธอแทน ตัวจริงๆของนิคกิเอง ในบทสัมภาษณ์หนึ่งนิกกี้เล่าว่า เจ๊ไม่ต้องการอยู่ในเหตุการณ์ที่พ่อ-แม่ทะเลาะกัน เธอจึงสร้างตัวละครที่สองของตัวเองชื่อ “คุกกี้” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นคนที่อยู่กับเจ๊เราได้ช่วงหนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็น “ฮาราจุกุ บาร์บี้”

เมื่อมาถึงการทำเพลงในอัลบัมแรก(Pink Friday) นิคกิสร้างอัตตะที่ 2 ขึ้นชื่อ “โรแมน โซแลนสไกย์” นิคกี้ใช้บุคคลนี้ในเพลง “Bottoms Up” ซึ่งร้องกับ เทรย์ ซองซ์ (Trey Songz) ในเพลงนี้ นิคกิ มะนาจ ไม่ได้เป็นคนร้อง แต่เป็น โรมาน นิคกิเล่าว่า โรมานเป็นพี่น้องฝาแฝดของเธอ ซึ่งเติบโตขึ้นจากส่วนของความรุนแรงในจิตใจของเธอ โรมานจะออกมาเวลาที่เธอรู้สึกโกรธมากๆมีการนำโรมานไปเปรียบเทียบกับ “สลิม เชดี้” อัตตะที่ 2 ของ เอ็มมิเนม (Eminem) และในเพลง Roman’s Revenge จากอัลบัม Pink Friday ทั้งนิกกี้และเอ็มมิเนม ได้ใช้อัตตะที่สองของทั้งคู่แร็ปในเพลงนี้ด้วย ทั้งนี้ โรแมน ยังมีแม่ชื่อ “มาร์ธา โซแลนสไกย์” ซึ่งมีลักษณะการพูดแบบสำเนียงอังกฤษ และบุคคลนี้ได้ออกมาร้องในเพลง Roman’s Revenge เช่นกัน ทั้งยังมีการปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอ “Moment 4 Life” ในมาดนางฟ้าแม่ทูนหัวด้วย

ในเดือนมิถุนายน 2011 มีการโพสข้อความใน Twitter ของใครหลายคนว่า นิคกิ มะนาจ ตายแล้วและกลายเป็นเรื่องฮิตในเดือนนั้น ทั้งที่จริงเป็นญาตของนิคกิที่ตายจากการถูกฆาตรกรรม

 

 

Taylor Swift

หากจะเอ่ยถึงนักร้องสาวสวยเสียงดี ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย หนึ่งในนี้คงจะหนีไม่พ้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ซูเปอร์สตาร์สาวเพลงป๊อป-คันทรี่ อย่างแน่นอน ที่ไม่ว่าออกซิงเกิลไหนก็ฮิตติดชาร์ตคนทั่วโลก จนทำให้เธอต้องเดินสายจัดคอนเสิร์ตในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่แล้ว 27 พฤษภาคม 2557 ทางผู้จัดงานอย่างบีอีซี-เทโร ก็ได้แจ้งข่าวร้ายกับแฟน ๆ ว่า มีอันต้องยกเลิกคอนเสิร์ตเทย์เลอร์ สวิฟท์ ในไทย เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง …แต่ถึงจะไม่ได้ฟังเสียงร้องของเธอแบบสด ๆ แต่วันนี้เราจัดเรื่องราวประวัติของนักร้องสาวสวยคนดังมาฝากกัน ใครชื่นชอบเธอคนนี้ตามมาเลย

เทย์เลอร์ สวิฟต์ เกิดวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) ที่เมืองไวโอมิสซิง รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดยสมัยเรียนเกรด 4 (ป. 4) เทย์เลอร์ สวิฟท์ ส่งกลอนความยาว 3 หน้ากระดาษชื่อ Monster In My Closet เข้าประกวดในการแข่งขันการแต่งกลอนระดับชาติ และได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง และเธอก็เริ่มเขียนเพลงครั้งแรกเมื่ออายุ 10 ขวบ เพื่อใช้ในการเข้าประกวดร้องคาราโอเกะระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นในงานเทศกาลต่าง ๆ

ต่อมาเธอก็เริ่มต้นการเล่นกีตาร์โดยเรียนรู้จากช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ผู้ที่บอกวิธีการเล่นกีตาร์เพียง 3 คอร์ดให้เธอ เมื่อเธอเรียนรู้ 3 คอร์ดนั้น เธอจึงเริ่มเขียนเพลงเพลงแรก ชื่อเพลง Lucky You และเธอก็เขียนเพลงอย่างสม่ำเสมอและได้เขียนเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนของเธอที่ชอบว่าเธอเพียงเพราะเธอหลงรักเพลงคันทรีเข้าอย่างจังด้วย โดยผู้ที่มีแรงผลักดันต่อเทย์เลอร์ให้เธอชอบดนตรีมากที่สุด คือ Shania Twain นักร้องแนวคันทรี่-ป๊อป และอีกหลากหลายท่าน อาทิเช่น LeAnn Rimes, Tina Turner, Dolly Parton และท้ายสุดคุณยายของเธอซึ่งเป็นนักร้องโอเปราผู้เชี่ยวชาญ

จากนั้นเทย์เลอร์ได้มีโอกาสไปแสดงยังสถานที่พบปะของนักเขียนเพลงใน The Bluebird Cafe ซึ่งสก็อต เบอเชตตา ให้ความสนใจในเพลงของเธอและชักชวนให้เธอเซ็นสัญญากับบิ๊กแมกชีนเรคคอร์ดส ก่อนที่เธอจะปล่อยซิงเกิลแรก คือ “Tim McGraw” ในช่วงกลางปี 2006 ซึ่งขึ้นชาร์ทสูงสุดอันดับ 6 ในชาร์ทบิลบอร์ดคันทรีชาร์ท ทำยอดขายไป 500,000 แผ่น

          ต่อมาเทย์เลอร์ได้ออกอัลบั้มแรกโดยใช้ชื่อของตัวเองเมื่อ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) ซึ่งเธอทั้งเขียนเพลงเองและได้ร่วมเขียนเพลงกับนักเขียนเพลงมากมาย โดยอัลบั้มแรกได้ขึ้นไปถึงอันดับ 19 บนชาร์ท Billboard 200 และยังมียอดขายกว่า 39,000 แผ่น ในระหว่างสัปดาห์แรกของการวางแผง จากนั้นอัลบั้มของเธอก็ได้พุ่งไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ท Top Country Albums และติดอันดับ 5 ใน Billboard 200 โดยมีซิงเกิลฮิต 5 ซิงเกิลที่ติดชาร์ทใน Billboard Hot Country Songs
          ต่อในช่วงฤดูร้อน ปี 2008 (พ.ศ. 2551) เทย์เลอร์ได้ปล่อย EP Album (Extended Play Album) ชื่อ Beautiful Eyes ออกมา ซึ่งสัปดาห์แรกที่วางแผง มียอดขายถึง 45,000 แผ่น จนกระทั่งขึ้นเป็นอันดับ 2 ใน Billboard Hot Country Songs และอันดับ 9 บน Billboard 200 ในขณะที่อัลบัม Taylor Swift อยู่ที่อันดับ 2 ในขณะนั้นด้วย
          จนกระทั่งมาถึงอัลบั้ม Fearless เธอก็ทำสถิติอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มวางแผงด้วยการวางแผงวันแรกก็ขายไป 217,000 แผ่น และยอดขายรวมสัปดาห์แรกน่าจะขายได้ถึง 592,304 แผ่น อัลบั้มนี้เธอลงมือแต่งเพลงเองทุกเพลง และมีส่วนร่วมในการการโปรดิวซ์ด้วย นักวิจารณ์ต่างยกย่องอัลบั้มนี้ว่า เป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่ดีที่สุดในปี 2008 (พ.ศ. 2551) โดยเปิดอัลบั้มกับเพลง Change ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 57 และ ชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อันดับที่ 10 ซึ่งเพลงที่ใช้ประกอบโอลิมปิกด้วย ส่วนซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้คือ Love Story ก็ทำยอดดาวน์โหลดไป 4,000,000 ครั้ง และติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 1 และชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อันดับที่ 4

และเพลง Love story ยังได้ส่งผลให้เธอได้รับรางวัล 2 รางวัล จากการประกาศผลรางวัล CMT Music Awards นั่นคือรางวัลมิวสิควิดีโอแห่งปีและมิวสิควิดีโอหญิงยอดเยี่ยดแห่งปี นอกจากนี้ ในปี 2009 (พ.ศ. 2552) เธอยังได้รับรางวัลตามมาอีกมากมาย ได้แก่ CMA Awards 5 รางวัล, American Music Awards 5 รางวัล และ Grammy Awards 4 รางวัล

ในปี 2010 (พ.ศ. 2553) เทย์เลอร์ได้ทำอัลบั้มที่ 3 ของตัวเองที่มีชื่อว่า Speak Now โดยมีซิงเกิลแรกคือ Mine และในปี 2012 ได้ทำอัลบั้มที่ 4 ชื่อ RED โดยยอดขายอัลบั้ม RED พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 iTunes มากถึง 42 ประเทศ ภายในสัปดาห์แรก และขายได้ใน US มากถึง 1.208 ล้านอัลบั้ม ทำให้เทย์เลอร์กลายเป็นนักร้องหญิงเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่มียอดขายอัลบั้มมากกว่าหนึ่งล้านอัลบั้ม ถึง 2 อัลบั้มติดต่อกันภายในสัปดาห์ทีเปิดตัว (Speak Now และ Red)
ประวัติ เทย์เลอร์ สวิฟต์

ชื่อเกิด : เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์
ชื่อเล่น : สวิฟต์
ฉายา : T-Swizzle, T-Swift, เจ้าหญิงเพลงคันทรี่ ,ราชานีแดง
วันเกิด : 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989
แนวเพลง : คันทรี ป๊อป

ผลงานเพลง เทย์เลอร์ สวิฟต์

สตูดิโออัลบั้ม

– Taylor Swift (2006)
– Fearless (2008)
– Speak Now (2010)
– Red (2012)

อีพี

– Sounds of the Season: The Taylor Swift Holiday Collection (2007)
– Beautiful Eyes (2008)

ทัวร์คอนเสิร์ต

– Fearless Tour (2009-2010)
– Speak Now Tour (2011-2012)
– Red Tour (2013-2014)

เพลงประกอบภาพยนตร์

– “Today was a fairy tale” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Valentine’s day (2010)
– “Safe and Sound” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
– “Eyes open” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
– “Sweeter than fiction” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง one chance (2013)

ภาพยนตร์

– 2009 Jonas Brothers: The 3D Concert Experience
– 2009 Hannah Montana: The Movie
– 2010 Valentine’s Day
– 2012 The Lorax
– 2014 The Giver

โทรทัศน์

– 2009 Saturday Night Live
– 2009 CSI: Crime Scene Investigation
– 2013 New Girl

 

ปาร์คยูชอน Park Yoochun

ปาร์ค ยูชอน (เกาหลี: 박유천ฮันจา: 朴有天; อังกฤษ: Park Yoochun) สมาชิกคนที่ 5 ของวงทงบังชินกี เคยใช้ชีวิตที่ประเทศอเมริกา เขาชนะเลิศการประกวดร้องเพลงที่เวอร์จิเนียในปี 2001 และได้รับรางวัลพิเศษจากการประกวดร้องเพลงเยาวชน KBN ในปี 2003 จึงได้รับการทาบทามให้มาร่วมทีมเพียงแค่ 6 เดือนก่อนการเปิดตัววง TVXQ อย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากเขาเรียนรู้ได้เร็ว จึงเข้ากับสมาชิกคนอื่นได้ไม่ยาก นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการเล่นเปียโน และแต่งเพลงไว้มากมาย

ปาร์ค ยูชอน

 

ประวัติ

ปาร์ค ยูชอน เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2529 ในเขตจองโน โซล ประเทศเกาหลีใต้ น้ำหนัก 64 กิโลกรัม ส่วนสูง 182 เซนติเมตร ราศีเมถุน กรุ๊ปเลือด O การศึกษา – Kyung Hee University ความสามารถพิเศษ – ร้องเพลง, แต่งเพลง, พูดภาษาอังกฤษดีมาก งานอดิเรก – ร้องเพลง, บาสเก็ตบอล ถึงแม้ว่าเขาจะต้องอยู่ห่างกันคนละซีกโลกกับครอบครัว แต่ เขาก็ได้ปฏิเสธที่จะเป็น US Citizenship เพื่อที่จะมุ่งมั่นในการเป็นศิลปินอย่างเต็มที่ ภายหลังเปลี่ยนชื่อเพื่อใช้ในวงการเป็น Micky YooChun (เกาหลี: 믹키유천) หรือ Yuchun (ญี่ปุ่น: ユチョン โรมาจิ: Yuchon) จริงๆแล้วชื่อเขาในภาษาอังกฤษก็คือ Micky เขาเลยเลือกใช้ชื่อนี้ได้ทันทีอย่างไม่รีรอ

สนับสนุนข้อมูลโดย BunTube.net  ดูซีรี่ออนไลน์

Kanye West

Kanye West เกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2520 (ค.ศ 1977) เป็นศิลปินแร็ปเปอร์ และ โปรดิวเซอร์ ชื่อดัง ซึ่งชอบการทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยได้เริ่มทำงานเพลงตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย Chicago State ในฐานะนักเขียนเพลง จนได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย มาทำงานเพลงเต็มเวลา ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อเสียงในปี 2001 หลังจากได้ร่วมทำงานกับ JAY-Z แร็ปเปอร์ชื่อดังในอัลบั้ม The Blueprint ในสังกัด Roc-A-Fella Records ซึ่งสร้างความสำเร็จอย่างสูงให้กับ JAY-Z จนทำให้ คานเย เริ่มจริงจังกับการเป็นแร็ปเปอร์ หลังจากทำงานให้ศิลปินดังๆหลายๆรวมถึง Ludacris, Alicia Keys และ Janet Jackson สามารถพูดได้เลยว่า หลายๆลูกเล่นความคิดสร้างสรรค์ในวงการเพลงตะวันตกมาจากความคิดนอกกรอบในการทําเพลงของคานเยหลายๆ ครั้ง

โดยในปี 2003(2546) คานเย เวสต์ ได้ออกผลงาน The College Dropout โดยมีเพลง Through the Wire ที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์เฉียดความตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 2002 และเพลง Jesus Walk ที่พูดถึงมุมมองพระเจ้าจนทําให้อัลบั้มนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากๆ และทำให้ คานเย เวสต์ เป็นที่รู้จักในด้านศิลปินเพลงแร็พในที่สุด  จนมีอัลบั้มที่สองอย่าง Late Registration ที่มากับเพลง Gold digger ที่มีศิลปินนักแสดงชื่อดังอย่าง Jamie Foxx มาร่วมร้อง โดยเนื้อหาที่พูดถึงผู้หญิงที่เป็นคนหวังเงินจนเพลงฮิตและครองอันดับ 1 บน Billboard hot 100 เป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยหลังจากนั้นงานเพลงของ คานเย เวสต์ ก็มีตามมาอีกหลายอัลบั้ม ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม Graduation ในปี 2007808s & Heartbreak ในปี 2008My Beautiful Dark Twisted Fantasy ในปี 2010Yeezus ในปี 2013 และกับอัลบั้มล่าสุด SWISH ที่มีแผนว่าจะวางขายภายในปี 2015 รวมถึงอัลบั้ม Watch the throne กับ JAY-Z ในปี 2011 และการร่วมทำเพลงในเบื้องหน้า และเบื้องหลังกับศิลปินอีกหลายๆคนมากๆอย่าง Rihanna, Beyonce หรือแม้แต่ Katy Perry

โดยคานเย เวสต์ ได้ประสบความสำเร็จในวงการอย่างสูงมากๆได้รางวัลแกรมมี่รวมถึง 21 รางวัลในเวลา 10 ปีที่อยู่ในวงการ มียอดขายอัลบั้มสูงถึง 20 ล้านแผ่น และ ยอดดาวน์โหลด เพลงทั้งหมดรวมกันถึง 100 ล้านดาวน์โหลด ซึ่งยังไม่นับเพลงที่เจ้าตัวทำงานเบื้องหลังอีกหลายเพลง โดยสิ่งที่ทำ คานเย เวสต์ประสบความสำเร็จสูงอย่างมากคือเอกลักษณ์ทางสไตล์ เพราะแร็ปเปอร์ ส่วนใหญ่มี พื้นฐานชีวิตครอบครัวที่ยากจนและลำบาก แล้วเนื้อหาเพลงจะเป็นแนวชีวิตที่ลําบากหรือพูดถึงตอนที่รวยแล้ว แต่คานเย เวสต์ มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีมากๆ โดยคุณแม่ผู้ล่วงลับอย่าง Donda West เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และตัวคานเยเองเคยเป็นนักเรียนทุนด้านศิลปะ ก่อนจะลาออกมาเป็นนักทำเพลงเต็มเวลาทำให้เนื้อหาการทำเพลงค่อนข้างจะมีเนื้อหาถึง ศาสนา ชีวิต ปรัชญา และมีซาวด์ดนตรีที่สร้างสรรค์ อย่างการแร็พที่มีกลิ่นอายแนวโซล และมีลูกเล่นเฉพาะตัว และการควบรวมซาวด์ของ เพลงคลาสสิคและร็อคเข้าไปในเพลง ที่มาจากโลกทัศน์ที่กว้างของคานเย จึงทำให้คานเยประสบความสำเร็จในด้านการเขียนเพลงมากๆ

อีกทั้งความกล้าในการทำงานต่างๆ ทั้งการออกความเห็นถึงการรับรางวัลของศิลปินอื่นๆ เรื่องชีวิตส่วนตัว รวมไปถึงการทำงานเพลงที่แปลกใหม่ อย่างอัลบั้ม My Beautiful Dark Twisted Fantasy ที่สไตล์แปลกใหม่มากๆ ทั้งเพลง และเนื้อหาเอ็มวีที่เป็นหนังสั้นที่แหวกแนวมากๆ การทำธุรกิจอย่างร้านอาหาร แฟชั่น จนมาถึงการตัดสินใจลงสมัครตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในปี 2020

โดยนอกจากเรื่องการเมืองแล้ว อีกสิ่งที่น่าจับตามองคืองานเพลงของศิลปินอย่าง คานเย เวสต์ ว่าจะมีอะไรออกมาทำให้วงการเพลงตะวันตกตื่นเต้นอีกบ้าง เพราะผลงานที่มีสีสันและไม่เหมือนใครสามารถเกิดขึ้นได้จาก ศิลปิน/โปรดิวเซอร์มือเทพคนนี้ตลอดเวลาจริงๆ

สนับสนุนโดย BunTube.net ดูหนังออนไลน์

Ruel

รูล แวน ไดจ์ค เกิดในเดือนตุลาคม ปี 2002 ที่ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารดาของเขา มารดาของเขามีชื่อว่า เคท แวน ไดจ์ค และ บิดาของเขาชาวนิวซีแลนด์ ราล์ฟ แวน ไดจ์ค รูลมีพี่สาว 2 คน ชื่อว่า ซิลเวีย และ โคโค่ เขาอาศัยอยู่ในลอนดอนจนกระทั่งครอบครัวของเขาย้ายมาที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เขาเริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

หนุ่มน้อยรูล เริ่มฉายแสงตั้งแต่วัย 15  จากเพลง โกลเด้น เยียร์ส (Golden Years) ก่อนจะแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปีเดียวกัน ดอนท์ เทล มี (Don’t Tell Me) ที่มีเนื้อหาทรงพลังจากฝีมือการแต่ง ของเขาเอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รูลเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลงป็อปบัลลาด และตามด้วยอีกหลายผลงานเพลง อาทิ น็อต ธิงกิน เบาท์ ยู (Not Thinkin’ Bout You), เฟซ ทู เฟซ (Face to Face), เรียล ธิง (Real Thing) จากมินิอัลบั้ม เรดดี้ (Ready) และฟรี ไทม์ (Free Time) ซึ่งปัจจุบันมียอดสตรีมมิ่งรวมมากกว่า 400 ล้านครั้ง และรวมไปถึง เดซ แอนด์ คอนฟิวส์ (Dazed & Confused) เพลงฮิตจังหวะหนักแน่นที่พาเขาขึ้นไปรับรางวัล Breakthrough Artist of The Year บนเวที ARIA Awards 2018 ด้วยอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
16 รูปภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบอร์ด Ruel | แวน สามีในอนาคต และ คนดัง
รูลกลายเป็นหนึ่งในศิลปินวัยรุ่นมาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์เป็นของตัวเองมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยเริ่มออกเดินทางครั้งแรกใน รูล เรดดี้ เวิลด์ ทัวร์ (Ruel Ready World Tour) และกลับมาโชว์ด้านที่เติบโตยิ่งขึ้น ใน รูล ฟรี ไทม์ เวิลด์ ทัวร์ (Ruel Free Time World Tour) ซึ่งได้กระแสตอบรับถล่มทลาย คว้าสถิติบัตรโซลเอาท์จากทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป เกาะอังกฤษ รวมถึงจุดหมายหนึ่งเดียวของเอเชียอย่างประเทศไทย

Oasis

Oasis เป็นวงดนตรีร็อคจาก แมนเชสเตอร์ ในปี 1991 ซึ่งสมาชิกบางส่วนมาจากวง The Rain มีสมาชิกดั้งเดิมอันได้แก่ เลียม แกลลาเกอร์ (ร้องนำ), พอล “โบนเฮ้ด” อาร์เธอร์ (กีตาร์), พอล “กวิ๊กซี่” แม็คเกวียน (กีตาร์) และ โทนี่ แม็คคารอล (กลอง) พวกเขาได้ชักชวนพี่ชายของเลียม โนล แกลลาเกอร์ (มือกีตาร์และร้องนำ) เป็นสมาชิกลำดับที่ห้าของวง และวงก็ได้ตัดสินใจไลน์อัพจนถึงเดือนเมษายน 1995

โอเอซิสเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับสังกัดค่ายเพลงอิสระ Creation Records ในปี 1993 และปล่อยสตูดิโออัลบั้มแรกของวง Definitely Maybe (1994) ปีถัดมาทางวงก็ได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สอง (What’s the Story) Morning Glory? (1995) โทนี แม็คคารอล มือกลองของวงลาออกอย่างไม่ทราบสาเหตุและได้แอลัน ไวต์ มือกลองจากวงร็อคอังกฤษ Starclub เข้ามาแทนที่ ท่ามกลางการแข่งขันชิงความเป็นใหญ่ในทำเนียบเพลงชาร์จเพลงกับวงบริตป็อป เบลอ สองพี่น้องตระกูลแกลลาเกอร์ให้ความสำคัญกับหนังสือพิมพ์ที่มีการเขียนข้อพิพาทสำหรับสองพี่น้องและการใช้ชีวิตที่ดูป่าเถื่อน ในปี 1997 โอเอซิสปล่อยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สาม , Be Here Now (1997) นับได้ว่าเป็นอัลบั้มเพลงที่ขายได้รวดเร็วนับตั้งแต่วันปล่อยอัลบั้มในวงการชาร์จเพลงอังกฤษ ควาามนิยมของอัลบั้มนับว่าได้เสียงตอบรับอย่างดีมากนัก แม็คเกวียน และ อาร์เธอร์ได้ลาออกจากจากวง ในปี 1999 และวงก็ได้ปล่อยอัลบั้มสตูดิโอลำดับที่สี่ Standing on the Shoulder of Giants (2000) หลังการลาออกของอาร์เธอร์และแมคเกวียน ได้ถูกแทนที่ด้วย เจม อาเชอร์ มือกีตาร์และฟรอนแมนท์จากวง Heavy Stereo และแอนดี้ เบลล์มือกีตาร์และฟร้อนแมนวง Hurricane No. 1 ซึ่งทั้งคู่ยังมีส่วนช่วยในการทัวร์คอนเสิร์ตโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 4 และทำให้อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จในระดับที่พึงพอใจ อัลบั้มชุดที่ห้าของพวกเขา Heathen Chemistry (2002) โนล แกลลาเกอร์มีการเข้มงวดมากขึ้นโดยสมาชิกทั้งหมดมีส่วนร่วมในการทำอัลบั้มนี้ ในปี 2004 ทางวงได้มือกลองวง The Who แซค สตาร์กี้ แทนที่แอลัน ไวต์และก็ได้วางจำหน่ายอัลบั้มชุดที่หก Don’t Belive the Truth (2005) นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง
Don't Stop": Oasis anuncia el lanzamiento de canción inédita

 

 

หลังจากปล่อยอัลบั้มชุดที่เจ็ด Dig Out Your Soul (2008) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สตาร์กี้มือกลองก็ได้ลาออก และถูกแทนที่ด้วยคริส ชาร็อคส์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวง ระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตของสองพี่น้องตระกูลแกลลาเกอร์ก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากนั้น โนล แกลลาเกอร์ประกาศชี้แจงในเดือนสิงหาคม 2009 ว่าเขาต้องการจะออกจากวงหลังจากทะเลาะกับเลียมในงานเทศกาลดนตรี โดยวงที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่ยังคงหลงเหลืออยู่นำโดยเลียม แกลลาเกอร์ตัดสินใจที่จะทำงานดนตรีต่อโดยใช้ชื่อวง Beady Eye ก่อนที่จะยุบวงลงในปี ค.ศ. 2014 , ขณะที่โนล แกลลาเกอร์อยากทำวงดนตรีเพลงแยกออกมากซึ่งต่อมาก็คือ Noel Gallagher’s High Flying Birds

โอเอซิสยังติดลำดับที่แปดในชาร์ตซิงเกิ้ลของอังกฤษ และติดลำดับที่แปดของชาร์ตอัลบั้มอังกฤษ และได้ลำดับที่สิบห้าใน NME Awards และลำดับที่เก้าของ Q Awards และลำดับที่สี่ของ MTV Europe Music Awards และลำดับที่หกของ Brit Awards และในปี 2007 ยังได้รางวัลผลงานโดดเด่น และยังได้อัลบั้มที่ดีในช่วงสามสิบปีคัดเลือกโดย BBC Radio 2 อีกทั้งเขายังได้รับการเสนอชิงชื่อจาก รางวัลแกรมมี ถึงสามครั้ง ในปี 2009 วงมียอดขายประมาณ 70 ล้านแผ่นทั่วโลก อีกทั้งวงยังได้รับการระบุในหนังสือกินเนสส์บุ๊คในปี 2010 10 วงดนตรีที่ติดชาร์จท็อปเป็นเวลายาวนาน โดยไม่มีเคยมีมาก่อนสำหรับการติดอันดับ 22 เป็นเวลา 10 สัปดาห์ของอังกฤษ กินเนสส์บุ๊คยังกล่าวว่าเป็นวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จในช่วงปี 1995 ถึง 2005 โดยกินเวลาไปถึง 765 สัปดาห์ในการติดท็อป 75 ซิงเกิ้ลและชาร์จอัลบั้ม

นิชคุณ Nichkhun

นิชคุณ หรเวชกุล (ชื่อเล่น: คุณ)  เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2531 ที่เมืองแรนโค คูคามอนกา (Rancho Cucamonga) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนและนับถือศาสนาพุทธ บิดาเป็นชาวไทยชื่อ ธีรเกียรติ หรเวชกุล และมารดาเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนชื่อ เย็นจิต หรเวชกุล นิชคุณเป็นลูกคนที่ 2 จาก 4 คนในครอบครัว มีพี่ชาย 1 คน คือ ณิชฌาน หรเวชกุล (ชื่อเล่น: ฌาน) จบการศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ที่ University of California riverside[1] และมีน้องสาวอีก 2 คน คือ[2]นิธิกานต์ ญาณิน หรเวชกุล (ชื่อเล่น: ญาณิน) จบการศึกษาแล้วจาก คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กับ ณัฐจารี หรเวชกุล (ชื่อเล่น: เชอรีน) ผู้เข้าประกวดในรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 9 ซึ่งกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เมื่ออายุได้ 1 ปี ครึ่ง นิชคุณย้ายกลับมาประเทศไทยพร้อมครอบครัว[3] โดยในช่วงแรกนิชคุณพักอาศัยอยู่ที่บ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 และศึกษาระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนเทพกาญจนา ซึ่งตั้งอยู่ย่านพรานนก ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้นนิชคุณได้รับรางวัลนักเรียนสุขภาพฟันดีเสมอมา ในช่วงที่ศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นิชคุณและครอบครัวย้ายไปพักอยู่ที่บ้านย่านถนนพุทธมณฑลสาย 3[4] นิชคุณจึงต้องย้ายไปศึกษา ณ โรงเรียนแห่งใหม่ คือ โรงเรียนตั้งพิรุฬห์ธรรม จนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล หลังจากสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นิชคุณย้ายไปศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งดำเนินการสอนแบบคาทอลิก และมีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี โดยในช่วงแรก นิชคุณพักอาศัยอยู่กับพี่ชายซึ่งศึกษาอยู่ใน นิวซีแลนด์ด้วยเช่นกัน แต่ภายหลังพี่ชายย้ายไปศึกษาต่อใน สหรัฐอเมริกา เป็นเหตุให้นิชคุณรู้สึกเหงา คิดถึงบ้านเป็นอย่างมาก และโทรติดต่อกับครอบครัวในประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถปรับตัวกับการอยู่เพียงลำพังคนเดียวได้

น้องคุณ “นิชคุณ” แห่ง 2PM มี Instagram แล้ว ชาวฮอตเทส ไป Follow ...

ในขณะที่นิชคุณอายุได้ 12 ปี และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษโดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีครึ่ง ในประเทศนิวซีแลนด์ ป้าของนิชคุณซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาแจ้งให้ครอบครัวของนิชคุณทราบว่ามีห้องพักว่างและหากนิชคุณต้องการที่จะย้ายมาศึกษาที่สหรัฐอเมริกา ก็สามารถมาพักอาศัยอยู่ด้วยได้ นิชคุณจึงตัดสินใจย้ายมาศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐ แคลิฟอร์เนีย โดยเริ่มศึกษาในระดับ (เกรด) 9 ในช่วงแรกของการศึกษา ผลการศึกษาของนิชคุณ (คะแนนเฉลี่ย) อยู่ที่ประมาณ 3.8-3.9 แต่ในภายหลัง คะแนนเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.7 เนื่องจากทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนน้อยลงแต่ให้กับเพื่อนๆ มากขึ้น เมื่อศึกษาไปได้ระยะหนึ่ง นิชคุณย้ายไปศึกษาต่อ ณ โรงเรียนมัธยม Los Osos ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เพิ่งเปิดใหม่ ตั้งอยู่ใกล้บ้านพัก พี่ชายของนิชคุณต้องการให้นิชคุณย้ายมาศึกษาในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าโรงเรียนเก่ามีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีนักและไม่ปลอดภัย ในขณะที่โรงเรียนแห่งใหม่มีขนาดใหญ่กว่า และสภาพแวดล้อมดีกว่า แม้ว่านิชคุณจะค่อนข้างอิดออดเนื่องจากความคุ้นเคยกับโรงเรียนเก่าและเพื่อนๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายโรงเรียน ภายหลังจากที่ปรับตัวเข้าการเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่และรู้จักเพื่อนมากขึ้น ผลการเรียนของนิขคุณต่ำลงเล็กน้อย คะแนนเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.4 อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ศึกษาระดับมัธยมใน สหรัฐอเมริกา นิชคุณเป็นที่รู้จักของบรรดานักเรียนในโรงเรียน และเป็นแบบอย่างในด้านการแต่งตัว มีนักเรียนจำนวนมากที่แต่งตัวเลียนแบบนิชคุณ[4] นิชคุณสามารถเล่นเปียโน กีตาร์[ต้องการอ้างอิง] และพูดได้ 5 ภาษาคือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน

Lay Zhang

LAY’ (Lay Zhang) คือศิลปินมากความสามารถ, โปรดิวเซอร์, นักร้อง-นักเขียนเพลง, นักแสดง, นักเต้น และผู้นำแฟชั่นสัญชาติจีน ขณะนี้เขาเป็นไอดอลอันดับ 1 ของประเทศจีน และเป็นศิลปินจีนคนแรกที่พาบทเพลงเข้าชาร์ต iTunes Top 60 นอกจากนี้ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ‘Ex-Files 2’ ยังทำให้เขาชนะรางวัล Best Movie Original Soundtrack ในงานประกาศรางวัล Top Chinese Music Awards ครั้งที่ 16 อีกด้วย

ผลงานเพลงเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวของเขา ‘What U Need’ เปิดตัวด้วยอันดับ 4 บนชาร์ต China V Chart และ ชาร์ต Billboard’s World Digital Songs ส่วนมินิอัลบั้ม ‘Lose Control’ ก็สามารถครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard’s China V Chart ติดต่อกันเป็นเวลานานมากถึง 6 สัปดาห์

อัลบั้มที่ 2 ของเขา ‘Lay 02 Sheep’ ได้ทำลายถึง 5 สถิติบนประวัติศาสตร์ของ QQ Music เช่นการทำยอดขายได้ระดับเพชรภายในเวลาเพียง 9 ชั่วโมง 11 นาที ส่วนอัลบั้มที่ 3 ของเขา ‘NAMANANA’ ก็ไม่น้อยหน้ากับการเปิดตัวที่อันดับ 21 บนชาร์ต Billboard 200 รวมถึการขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต World Albums และ Independent Albums อีกด้วย

ในปี 2019 ‘LAY’ ได้ถูกเชิญเข้าร่วมงานประกาศรางวัล GRAMMY Awards ครั้งที่ 61 ในฐานะตัวแทนจากประเทศจีน อีกทั้งยังสร้างสถิติด้วยการขายบัตรคอนเสิร์ตที่สนาม Mercedes-Benz ในนครเซียงไฮ้ได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และขายหมดเกลี้ยงในเวลาเพียงแค่ 8 วินาทีเท่านั้น รวมถึงคอนเสิร์ตของเขาในมนฑลหนานจิงก็ขายบัตรหมดภายในเวลาเพียง 25 วินาทีเช่นกัน

LAY เขาสู่วงการดนตรีในฐานะ K-Pop ไอดอลของวงที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ‘EXO

เขาเป็นหนึ่งในศิลปินเอเชียที่มีคนรักมากที่สุด ด้วยผู้ติดตามมากกว่า 49 ล้านคนบน Weibo และ ผู้ติดตามมากกว่า 11.7 ล้านคนบนอินสตาแกรม เส้นทางฐานะศิลปินเดียวของเขานั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ด้วยการก้าวขึ้นเป็นศิลปิน Mandopop (ศิลปินป็อปสัญชาติจีน) ที่พาเพลงขึ้นอันดับได้สูงสุดบนชาร์ต Billboard 200 และเป็นศิลปินจีนคนแรกที่สามารถขึ้นชาร์ต iTunes Top 60 ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ นอกจากผลงานในวงการดนตรีแล้วนั้น LAY ยังเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงดังระดับโลก รวมถึงการเป็นพิธีกรในรายการเรียลิตี้โชว์ระดับท็อปสามของเอเชียอีกด้วย

ปีที่แล้ว LAY ได้ปล่อยดิจิตอลมินิอัลบั้ม ‘Honey’ ออกมาซึ่งก็มีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมด้วยยอดขายมากกว่า 1.87 ล้านยูนิตบน QQ Music ในเวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

ล่าสุด LAY เปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘Jade’ ผลงานการร่วมมือเขียนของเพื่อนศิลปิน Dante Leon, Adam Halliday และผลงานการเขียนของเจ้าตัว  อีกทั้งยังได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง Murda Beatz มาร่วมโปรดิวซ์ให้อีกด้วย โดยเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในนามค่าย Zhang Yixing Studio ค่ายเพลงที่เจ้าตัวได้สร้างขึ้นมานั่นเอง

‘Jade’ เป็นบทเพลงที่ผสมผสานดนตรีจากละครงิ้วที่คุ้นเคยกันดีของประเทศจีนเอาไว้กับดนตรีสไตล์ตะวันออก โดยใช้เทคนิคอันแพรวพราวของทีมโปรดักชั่นเข้าทำหน้าที่เพื่อผสานไให้เพลงนี้ออกมาได้อย่างลงตัวและโดดเด่น

เปิดตัวด้วยอินโทรสไตล์จีนที่น่าดึงดูด และคุ้นหู ก่อนจะพาไปพบกับดนตรีป็อป-ฮิปฮ็อป ที่มาพร้อมกับความลื่นไหลของเสียงร้องอันมีเสน่ห์ของหนุ่ม LAY ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักในโลกทุกวันนี้

‘Jade’ เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้มใหม่แบบ 2 พาร์ทของเขา ซึ่งเขาเตรียมปล่อยพาร์ทแรกออกมาให้แฟนๆได้ฟังกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2020

Katy Perry

แคเทอรีน เอลิซาเบธ ฮัดสัน (Katheryn Elizabeth Hudson; เกิด 25 ตุลาคม ค.ศ. 1984) หรือชื่อในวงการคือ เคที เพร์รี (Katy Perry) เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักธุรกิจ นักการกุศล และนักแสดงชาวอเมริกัน เคที เพร์รีโตที่แซนตาบาร์บารา แคลิฟอร์เนีย ในวัยเด็ก เธอจำกัดแนวเพลงตนเองเป็นเพลงป็อปเท่านั้น และทำงานร้องเพลงกอสเปลในโบสถ์ขณะเป็นวัยรุ่น ออกเป็นสตูดิโออัลบั้มเปิดตัวในชื่อ เคที ฮัดสัน ในปี ค.ศ. 2001 ปีต่อมา เธอย้ายไปที่ลอสแอนเจลิสเพื่อลองท้าทายแนวดนตรีป็อปร็อก หลังจากเธอหมดสัญญากับค่ายเพลงดิไอส์แลนด์เดฟแจมมิวสิกกรุ๊ปและโคลัมเบียเรเคิดส์ เธอได้เซ็นสัญญากับค่ายแคปิตอลเรเคิดส์ใน ค.ศ. 2007

เพร์รีเริ่มมีชื่อเสียงใน ค.ศ. 2008 หลังจากออกซิงเกิล “ไอคิสด์อะเกิร์ล” จากอัลบั้มชุดที่สอง วันออฟเดอะบอยส์ อัลบั้มชุดที่สามในชื่อ ทีนเอจดรีม (ค.ศ. 2010) ตามมาพร้อมกับซิงเกิลที่ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อย่าง “แคลิฟอร์เนียเกิลส์” และ “ทีนเอจดรีม” หลังจากนั้นก็มีซิงเกิลอันดับหนึ่งอีกหลายซิงเกิล เช่น “ไฟร์เวิร์ก”, “อี.ที.” และ “ลาสต์ฟรายเดย์ไนต์ (ที.จี.ไอ.เอฟ.)” อัลบั้มนี้กลายเป็นอัลบั้มของศิลปินหญิงอัลบั้มแรกที่มีซิงเกิลอันดับหนึ่งของชาร์ตบิลบอร์ดถึง 5 เพลง และเป็นรองจากอัลบั้ม แบด (ค.ศ. 1987) ของไมเคิล แจ็กสัน ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 เธอออกอัลบั้มซ้ำในชื่อ ทีนเอจดรีม: เดอะคอมพลีตคอนเฟกชัน มีซิงเกิลอันดับหนึ่งคือ “พาร์ตออฟมี” อัลบั้มชุดที่สี่ ปริซึม (ค.ศ. 2013) ก็มีซิงเกิลอันดับหนึ่งได้แก่ “โรร์” และ “ดาร์กฮอร์ส”

เพร์รีได้รับรางวัลและได้เสนอเข้าชิงรางวัลมากมาย เธอได้อยู่ในรายชื่อ “สตรีที่มีรายได้สูงสุดด้านดนตรี” ใน ค.ศ. 2011, 2012 และ 2013 จัดโดยนิตยสารฟอบส์ เธอขายอัลบั้มได้มากกว่า 11 ล้านชุดและขายซิงเกิลได้ 81 ล้านซิงเกิลทั่วโลก เพร์รีได้ทำสินค้าของตัวเองและออกจำหน่ายน้ำหอมเพอร์ เมียว! และคิลเลอร์ควีน ในปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 เธอเริ่มงานภาพยนตร์โดยพากย์เสียงให้ตัวละคร สเมิร์ฟเฟตต์ จากเรื่อง เดอะสเมิฟส์ ในต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 เธอออกภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติแบบ 3 มิติเรื่อง เคที เพร์รี: พาร์ตออฟมี มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของเธอในฐานะนักร้องทัวร์คอนเสิร์ตและการแยกทางจากนักแสดงตลกชาวอังกฤษ รัสเซลล์ แบรนด์ อดีตสามีที่สมรสกันเป็นเวลาหนึ่งปี

ผลงาน
Katy Hudson (2001)
One of the Boys (2008)
Teenage Dream (2010)
Prism (2013)