เปิดทำเนียบ 15 นางฟ้า Victoria’s Secret ค่าตัวแพงระยับ

อลังการตระการตาในทุกปีสำหรับสุดยอดแฟชั่นโชว์อย่าง Victoria’s Secret  และปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้วกับ ฤดูกาลนางฟ้าสยายปีก Victoria’s Secret Fashion Show 2015  รอบสุดท้ายจะจัดขึ้นในคืนวันที่ 8 ธันวาคม ในทุกๆปีจะมีการแจ้งเกิดเหล่านางฟ้าหน้าใหม่บนเวที แต่วันนี้เราได้รวบรวม 15 อันดับนางแบบที่มีค่าตัวต่อปีแพงที่สุด ทั้งคนที่ยังเดินให้วิคตอเรียซีเคร็ทอยู่ และที่อำลาเวทีไปแล้ว มาดูกันว่านางแบบแต่ละคนสวยและรวยมากขนาดไหน

15. Daria Werbowy: $4.5 million (162,517,635 บาท)

เกิดวันที่ 19 พฤศจิกายน 1983| ส่วนสูง 180 cm | สัญชาติแคนาดา
หลังจากที่เธอเปล่งประกายอยู่บนปก Vogue Magazine ใน 50 ประเทศ งานมากมายก็วิ่งชนเธออย่างไม่ขาดสาย รวมถึงได้เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Lancome อีกด้วย

Daria-Werbowy-AG-Jeans-1024x757

14. Liu Wen: $4.5 million (162,517,635 บาท)

เกิดวันที่ 27  มกราคม 1988| ส่วนสูง 179 cm | สัญชาติจีน
Liu เป็นนางแบบชาวจีนคนแรกที่ได้ย่างเท้าบนรันเวย์วิคตอเรียซีเครท และเธอยังสามารถทำเงินได้มากมายจากการเป็นนางแบบให้แบรนด์ชุดชั้นในและเสื้อผ้า La Perla, Massimo Dutti, H&M, MO&Co รวมถึงเป็นนางแบบเอเซียคนแรกให้เครื่องสำอางแบรนด์ดังอย่าง Estee Lauder อีกด้วย

14liu-wen-45-million-28-million-liu-was-the-first-chinese-model-to-strut-down-the-catwalk-for-victorias-secret-liu-now-makes-most-of-her-money-from-underwear-firm-la-perla-and-by-modelling-for-massimo-dutti-hm-and-moco-after-she-left-victorias-secret

 13. Kate Moss: $4.5 million (162,517,635 บาท)

เกิดวันที่ 16 มกราคม 1974| ส่วนสูง 170 cm | สัญชาติอังกฤษ
นางแบบรุ่นพี่วัย 41 ปีที่โด่งดังอมตะและเป็นที่จดจำอย่างยาวนานในฐานะนางแบบแถวหน้าของโลก แม้ตอนนี้จะห่างเวทีใหญ่ๆไปนานแล้ว แต่เธอก็ยังโกยรายได้จากการเซ็นสัญญาเงินล้านกับแบรนด์ใหญ่ๆในยุโรปและอเมริกา เช่น David Yurman, Decorté Skincare, และ Burberry  รวมถึงเป็นดีไซน์เนอร์และนางแบบให้ Gucci, Dolce & Gabbana, Calvin Klein, Chanel, Rimmel, และ Bulgari เป็นต้น เรียกได้ว่าเธอเดินสายตัวแม่ในวงการนางแบบและวงการแฟชั่นของโลกมาโดยตลอด

kate19

12.Carolyn Murphy: $4.5 million (162,517,635 บาท)

เกิดวันที่ 11 สิงหาคม 1974| ส่วนสูง 175 cm | สัญชาติอเมริกัน

แม้จะเข้าเลขสี่แล้วก็ตามแต่นางแบบรุ่นพี่อย่าง  Carolyn Murphy ไม่เคยหลุดโผจากการจัดอันดับนางแบบเงินล้านเลยแม้สักครั้ง เธอได้ร่วมงานกับโปรเจคใหญ่กับแบรนด์ระดับโลกอย่างไม่ขาดช่วงไม่ว่าจะเป็น Estée Lauder, Ugg หรือ Oscar de la Renta เป็นต้น

Carolyn-Murphy

11. Karlie Kloss: $5 million (180,575,150 บาท)

เกิดวันที่ 3 สิงหาคม 1992| ส่วนสูง 180 cm | สัญชาติอเมริกัน

นอกจากจะเป็นนางแบบเงินล้านแถวหน้าแล้ว เธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับนักร้องซุปตาระดับโลกอย่าง Taylor Swift อีกด้วย หลังอำลาตำแหน่งนางฟ้าวิคตอเรียซีเคร็ท โปรเจคกับแบรนด์ใหญ่ก็วิ่งชนเธออย่างไม่ขาดสาย L’Oréal, Joe Fresh, หรือ Kate Spade เป็นต้น นอกจากนี้เธอยังได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Flatiron School เป็นผู้มอบทุนการศึกษา  Kode with Karlie scholarship ให้แก่เด็กอายุ 13-18 ปีที่ขัดสนแต่ฝันอยากจะเรียนด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกด้วย

karlie-kloss-vs-photos03

10. Candice Swanepoel: $5 million (180,575,150 บาท)

เกิดวันที่ 20 ตุลาคม 1988| ส่วนสูง 178 cm | สัญชาติแอฟริกาใต้

หลังจากเธอได้กลายเป็น the face ของ Max Factor รายได้ของเธอในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงเกือบ 2 เท่า และเธอยังได้เซ็นสัญญาใหญ่เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับน้ำหอมของ Versace อีกด้วย

hf

9. Alessandra Ambrosio: $5 million (180,575,150 บาท)

เกิดวันที่ 11 เมษายน 1988| ส่วนสูง 177 cm | สัญชาติบราซิล

รายได้โดยส่วนใหญ่ของ Alessandra Ambrosio มากจาก Victoria’s Secret แต่เธอก็ยังมีคอลเลคชั่น ชุดว่ายน้ำ และเสื้อผ้าของเธอวางจำหน่าย กับ Planet Blue แฟชั่นออนไลน์สโตร์ชื่อดัง และงานนางแบบเสริมอีกหลายงานอย่างไม่ขาดสาย

hot_alessandra_ambrosio

8. Lara Stone: $5 million (180,575,150 บาท)

เกิดวันที่ 20 ธันวาคม 1983| ส่วนสูง 176.5 cm | สัญชาติเนเธอร์แลนด์

เส้นทางนางแบบของ Lala Stone เริ่มในปารีส ตั้งแต่เธออายุ 12 ปี  หลังจากนั้นเพียงม่กี่ปีเธอก็กลายเป็นนางแบบค่าตัวแพงติดอันดับโลกเธอมีสัญญาใหญ่กับแบรนด์  L’Oréal cosmetics และ Calvin Klein underwear และภาพโปรโมทล่าสุดจาก Calvin Klein ที่เธอได้ร่วมถ่ายแบบสุดวาบหวามกับนักร้องหนุ่มชื่อดังอย่าง Justin Bieber ก็ยิ่งทำให้เธอเจิดจรัสในวงการและเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีทองของเธอเลยทีเดียว

lala_stone-10

7. Joan Smalls: $5.5 million (198,632,665 บาท)

เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม 1988| ส่วนสูง 179 cm | สัญชาติอเมริกัน

การได้ร่วมงานโฆษณากับ Joe Fresh, Calvin Klein, และ Marc Jacobs ทำให้รายได้ของเธอเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง $2 million และนอกจากนี้เธอยังเป็นนางแบบที่เดินบนเวทีแคทวอร์คมาแล้วหลายเวที ถ้าให้พูดตามจริงคือเธอย่ำแคทวอร์คบ่อยที่สุดในบรรดานางแบบที่อยู่ในลิสต์นี้เลยทีเดียว

mFjet1S7

6. Miranda Kerr: $5.5 million (198,632,665 บาท)

เกิดวันที่ 20 เมษายน 1983 | ส่วนสูง 175 cm | สัญชาติออสเตรเลีย

Miranda Kerr อำลาเวทีวิคตอเรียซีเคร็ทไปตั้งแต่ปี 2013  แต่เธอยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่องจากบริษัทชุดชั้นในยักษ์ใหญ่ของโลก Wonderbra รวมถึงสัญญากับแบรนด์ดังอย่าง Escada Joyful Fragrance, Swarovski jewelry และ Clear Hair และด้วยเหตุที่เธอเป็นอดีตภรรยาของหนุ่มเอลฟ์แห่งฮอลลีวูดอย่าง Orlando Bloom นั่นยิ่งทำให้เธอดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว

Миранда Керр фото Miranda Kerr

5. Natalia Vodianova: $7 million (252,805,210 บาท)

เกิดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1982 | ส่วนสูง 176 cm | สัญชาติรัสเซีย

เธอโกยรายได้มากตั้งแต่เป็น the face ให้ Stella McCartney และ Theory ก่อนจะดังและรวยแบบฉุดไม่อยู่กับ 3 สัญญาของแบรนด์ระดับโลก ได้แก่ Guerlain cosmetics, Calvin Klein Euphoria และ Guerlain Shalimar Souffle de Parfum

Natalia Vodianova images 1280 x 800

4. Doutzen Kroes: $7.5 million (270,862,725 บาท)

เกิดวันที่ 23 มกราคม 1985 | ส่วนสูง 179 cm | สัญชาติดัทช์

แม้เวทีวิคตอเรียซีเคร็ทเป็นเวทีแจ้งเกิดที่ทำให้เธอโด่งดังเป็นพลุแตก แต่งานที่โกยรายได้ให้เธออย่างมหาศาลคือ สัญญากับ 3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ได้แก่  Tiffany & Co., Samsung, และ Calvin Klein

doutzen-kroes-vogue-17

3. Adriana Lima: $9 million (325,035,270 บาท)

เกิดวันที่ 12 มิถุนายน 1981 | ส่วนสูง 178 cm | สัญชาติบราซิล

Adriana Lima เป็นนางฟ้าที่เดินให้กับวิคตอเรียซีเคร็ทมายาวนานที่สุดในลิสต์ ส่วนช่องทางรายได้อื่นๆของเธอนั้นมาจากสัญญากับแบรนด์ใหญ่อย่าง Marc Jacobs, Maybelline, และ Vogue Eyewear

Adriana-Lima-20130723-01

2. Cara Delevingne: $9 million (325,035,270 บาท)

เกิดวันที่ 12 สิงหาคม 1992 | ส่วนสูง 173 cm | สัญชาติอังกฤษ

คุ้นหน้ากันดีกับ Cara Delevingne ที่เพิ่งประกาศหันหลังให้วงการนางแบบและจะโดดมาชิมลางในเส้นทางภาพยนตร์ เธอเป็นนางแบบที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยจำนวนผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 19 ล้านคน ในทวิตเตอร์ 3.7 ล้านคน และในเฟสบุคกว่า 1.5 ล้านคน ใบหน้าที่โดดเด่นและบุคลิกฮ้าวๆแบบยียวน ทำให้เธอเป็นขวัญใจวัยรุ่นทั่วโลก เธอเซ็นสัญญากับแบรนด์ใหญ่มากมายเช่น DKNY, Burberry, MANGO, TOPSHOP นอกจากนี้เธอยังทำงานเพลง งานทีวี งานภาพยนต์ และดีไซน์เนอร์ ส่วนงานภาพยนต์ของเธอที่กำลังจะฉายเร็วๆนี้คือ Suicide Squad

cara-cara-delevingne-34801805-1920-1200

1. Gisele Bundchen: $44 million (1,589,061,320 บาท)

เกิดวันที่ 20 กรกฎาคม 1980 | ส่วนสูง 180 cm | สัญชาติบราซิล

ดัง สวย และรวยมาก คงจะเป็นนิยามที่จำกัดความให้ Gisele Bundchen ได้ชัดเจนที่สุด รายได้เธอพุ่งทะยานนำหน้าเหล่าเพื่อนนางแบบรวมถึงสามีของเธอ Tom Brady ไปไกลเลยทีเดียว เธอได้ร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอาง น้ำหอม และเสื้อผ้าใหญ่ๆทั่วโลกมาแล้วเกือบทุกแบรนด์ส่วนผลงานเด่นๆของเธอในวงการคือสัญญายักษ์กับ Chanel และ Carolina Herrera และเธอยังเป็นดีไซเนอร์รองเท้าให้แบรนด์แฟชั่นอีกหลายแบรนด์ นอกจากนี้เธอยังเคยทำงานทั้งในวงการภาพยนตร์ และ วงการเพลงมาแล้วหลายงาน ส่วนงานโฆษณาจาก Under Amour I WILL WHAT I WANT ล่าสุดที่ไปได้รางวัลจาก Cannes Lion ก็ทำให้เธอเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

Gisele-Bundchen-14

Dwayne Johnson (ดเวย์น จอห์นสัน)

ประวัติย่อ

ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) มีชื่อจริงว่า ดเวย์น ดักลาส จอห์นสัน (Dwayne Douglas Johnson) เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1972 นักมวยปล้ำอาชีพและนักแสดงลูกครึ่งแคนาดา-อเมริกัน และมีเชื้อสายซามัว เป็นนักมวยปล้ำของWWE ในชื่อที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เดอะร็อก (The Rock) ซึ่งบางครั้งก็เรียกกันว่า ดเวย์น “เดอะร็อก” จอห์นสัน (Dwayne “The Rock” Johnson) หรือฉายาคือหินเดินได้

จอห์นสันที่มีงานเพิ่มอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้แสดงทีท่าว่าจะหยุดยั้งงานแสดงของเขาเลยด้วยผลงานภาพยนตร์ดังต่อเนื่องที่จะเข้าฉายในปี 2015 นอกเหนือจาก Furious 7 แล้ว เขายังได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง San Andreas สำหรับวอร์เนอร์ บรอส. พิคเจอร์ส ท่เขารับบทนักบินเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ที่ต้องฝ่าอันตรายข้ามแคลิฟอร์เนียเพื่อตามหาลูกสาวเขาหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง นอกจากนี้ เขายังถูกวางตัวให้นำแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Central Intelligence สำหรับนิวไลน์ ซีเนมา ซึ่งดัดแปลงจาก Bay Watch รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง The Janson Directive สำหรับยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์สด้วย ในปีนี้ เขายังจะได้แสดงซีรีส์เอชบีโอเรื่อง Ballers ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักฟุตบอลที่ต้องรับมือกับเพื่อนพ้อง ครอบครัวและผู้ดูแลของพวกเขา และกำกับโดยปีเตอร์ เบิร์กอีกด้วย

ผลงานอื่น ๆ ของจอห์นสันรวมถึง ภาพยนตร์พาราเมาท์ พิคเจอร์สเรื่อง Hercules ที่กำกับโดยเบรท แรทเนอร์ และจอห์นสันรับบทนำ, ทริลเลอร์ดรามาเรื่อง Snitch เกี่ยวกับพ่อผู้ทำงานแฝงตัวให้กับหน่วยป.ป.ส. เพื่อปลดปล่อยลูกชายของเขาที่ถูกคุมขังหลังจากถูกใส่ร้ายในเรื่องการค้ายาเสพติด, G.I. Joe: Retaliation ภาคสองของแฟรนไชส์ภาพยนตร์แอ็กชันผจญภัย ประกบบรูซ วิลลิส และแชนนิง ทาทัม, ภาพยนตร์อินดีดรามาเรื่อง Empire State ประกบเลียม เฮมส์เวิร์ธ และเอ็มมา โรเบิร์ตส์, Pain & Gain ประกบมาร์ค วอห์ลเบิร์ก และ Fast Five และ Fast and Furious 6 ซึ่งทำรายได้รวมกันได้ 1.4 พันล้านเหรียญทั่วโลก


ผลงานก่อนหน้านี้ที่หลากหลายของจอห์นสันรวมถึง Race to Witch Mountain, The Tooth Fairy, Planet 51, Get Smart, The Game Plan, Journey 2: The Mysterious Island ซึ่งทำรายได้ไปกว่า 335 ล้านเหรียญทั่วโลก, Be Cool ซีเควลของเรื่อง Get Shorty โดยเอ็มจีเอ็ม ประกบ จอห์น ทราโวลตา, อูมา เธอร์แมน และวินซ์ วอห์น, รีเมกปี 2004 เรื่อง Walking Tall และภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซลเรื่อง The Rundown แอ็กชัน/คอเมดีชื่อดังที่กำกับโดย ปีเตอร์ เบิร์ก และร่วมแสดงโดยฌอน วิลเลียม สก็อต, โรซาริโอ ดอว์สัน และคริสโตเฟอร์ วอลเคนจอห์นสันได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากจากบทบาทที่มากมายและหลากหลายของเขา ในปี 2008 เอนเตอร์เทนเมนต์ วีคลีได้ยกย่องจอห์นสันให้เป็นเอลิสต์รุ่นใหม่ของฮอลลีวูด เทียบเท่ากับโรเบิร์ต ดาวนีย์, จูเนียร์, เอลเลน เพจ, เจมส์ แม็คอะวอย และเอมี อดัมส์ความรักในการแสดงของเขาและความต้องการที่จะชิมลางงานอื่นทำให้เขาได้ออกรายการ Saturday Night Live ในเดือนมีนาคม ปี 2000 และทำให้หลายคนประหลาดใจด้วยความชำนาญในการแสดงคอเมดีของเขา และมันก็ทำให้รายการนี้มีเรตติ้งสูงสุดในปีนั้น หลังจากนั้นจอห์นสันก็ได้รับเลือกจากสตีเฟน ซอมเมอร์สให้แสดงใน The Mummy Returns ซึ่งทำรายได้ไปกว่า 400 ล้านเหรียญทั่วโลก ตัวละครของเขาได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริหารของยูนิเวอร์แซล ระหว่างการฉายฟิล์ม จนพวกเขาวางแผนที่จะสร้างภาพยนตร์จากตัวละครของเขาในทันที ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง The Scorpion King ก็ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศในปี 2002 ด้วการเป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดตลอดกาลประจำเดือนเมษายน


ดเวย์น จอห์นสันเกิดในซานฟรานซิสโกและเติบโตในฮาวาย เขาประสบความสำเร็จการได้ร่วมทีมออลอเมริกันสมัยไฮสคูล และได้ทำหน้าที่ไลน์แมนตัวรับคนดังให้กับทีมมหาวิทยาลัยไมอามี เฮอร์ริเคนส์ และช่วยนำทีมของเขาผ่านอุปสรรคมากมายจนกลายเป็นแชมป์ระดับประเทศ หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไมอามี จอห์นสันก็ได้เดินตามรอยเท้าของร็อคกี้ จอห์นสัน พ่อผู้มีชื่อจารึกอยู่ในดับบลิวดับบลิวอี ฮอล ออฟ เฟมของเขา และไฮ ชีฟ ปีเตอร์ ไมเวีย ปู่ของเขา ด้วยการเข้าร่วมแวดวงกีฬาบันเทิงของดับบลิวดับบลิวอี ภายในเวลาเจ็ดปี (1996-2003) อารมณ์ที่รุนแรงของเขาได้นำไปสู่ความสำเร็จด้วยสถิติผู้เข้าชมสูงสุดในอเมริกาและทำลายสถิติการจ่ายเงินเพื่อชมการแข่งขันระหว่างนั้นด้วยเช่นกัน เดอะ ร็อค ที่ดเวย์น จอห์นสันได้สร้างขึ้นได้กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเสน่ห์สูงสุดและมีพลังพลุ่งพล่านสูงสุดเท่าที่วงการเคยเห็น ในเดือนมีนาคม ปี 2012 จอห์นสันได้ทำลายสถิติด้วยการหวนคืนสู่ดับบลิวดับบลิวอีอีกครั้ง และเขาก็สามารถโค่นจอห์น ซีนาในการแข่งขันเรสท์เทิล มาเนียครั้งที่ 28 ในไมอามีได้จอห์นสัน ผู้ไม่พอใจกับการอยู่หน้ากล้องเพียงอย่างเดียว ได้เขียนอัตชีวประวัติของตัวเองในชื่อ The Rock Says ซึ่งติดอันดับหนึ่งในลิสต์เบสต์เซลเลอร์ของนิวยอร์ก ไทม์ ไม่นานนักหลังจากที่มันตีพิมพ์ในเดือนมกราคม ปี 2000


ในปี 2006 จอห์นสันได้ก่อตั้งเดอะ ร็อค ฟาวน์เดชันขึ้น โดยพันธกิจของเดอะ ร็อค ฟาวน์เดชันคือ การให้การศึกษา ให้อำนาจและให้แรงจูงใจกับเด็ก ๆ ทั่วโลกผ่านทางความสมบูรณ์พร้อทางกายภาพและสุขภาพ จอห์นสันเป็นนักสังคมสงเคราะห์ผู้มุ่งมั่น เขาเป็นโฆษกคนปัจจุบันของโครงการรณรงค์เรื่องโรคเบาหวานของมูลนิธิเอนเตอร์เทนเมนต์ อินดัสทรี ฟาวน์เดชัน นอกจากนี้ เขายังเป็นสมาชิกดาราคนดังสำหรับสภากาชาดอเมริกันและทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีคนดังแห่งชาติสำหรับมูลนิธิเดอะ เมค อะ วิช ฟาวน์เดชันอีกด้วย ในปี 2008 สภาคองเกรสอเมริกาและคณะกรรมาธิการผู้นำร่วมของอเมริกาได้ยกย่องเขาด้วยการมอบรางวัลฮอไรซัน อวอร์ด ซึ่งเป็นรางวัลที่สภาคองเกรสมอบให้กับภาคเอกชน ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำอันโดดเด่นและมอบโอกาสให้กับเยาวชนทั่วประเทศ

สนันสนุนข้อมูลโดย  BunTube.net ดูหนังออนไลน์

ประวัติNicki Minaj

เธอมีชื่อจริงว่า “โอนิก้า ทานญ่า มาราจ” (Onika Tanya Maraj) มีหลายคนอ่านออกเสียงนามสกุลเจ๊เราผิดมาก เรียก”มะนาจ”นะคะ

“นิคกิ มะนาจ” (ให้ออกเสียง Minaj ว่า มะนาจ)  เกิดในปี 1982 ที่ เซนต์ เจมส์ โดยพ่อ-แม่เชื้อสาย อินเดีย แอฟริกัน-ตรินิแดด และอาศัยอยู่กับย่าที่ เซนต์ เจมส์ จนอายุได้ 5 ปี พ่อแม่ของเจ๊เราก็ย้ายไปอยู่ในนิวยอร์กและพาเจ๊ไปด้วย พ่อของนิคกินั้นติดเหล้าและยาเสพติดหนักมาก ถึงขั้นเคยพยายามจะฆ่าแม่ของเจ๊!!! ด้วยการให้นั่งอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้, นิคกิ มะนาจ สำเร็จการศึกษาจาก LaGuardia High School

นิกกี้ มินาจ

ปี 2007 นิกกิ้มีอัลบัมแรกเป็นอัลบัมใต้ดิน แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก ต่อมาได้ปล่อยอัลบัมใต้ดินที่ 2 ชื่อ Sucka Free ในปี 2008 ต่อมาอีกในปี 2009 นิคกิมีอัลบัมที่ 3 และครั้งนี้เองที่นิกกี้ได้รางวัล ศิลปินใต้ดินหญิงยอดเยี่ยม (Female Artist of the Year award) ในปีเดียวกันนี้นิคกิยังมีอัลบัมต่อมาอีกเป็นอัลบัมที่ 4 คือ Beam Me Up Scotty ซึ่งเป็นอัลบัมใต้ดินที่ค่อนข้างดัง มีการนำอัลบัมและเพลงไปออกในหลายสื่อ และในอัลบัมนี้เองที่นิกกี้เซนสัญญากับ Cash Money แล้ว

นิกกี้ มะนาจ ได้พบกับ ลิล เวย์น หัวหน้า Young Money Entertainment หลังจากที่มีคนนำเอาดีวีดีแร็ปที่ขายพร้อมอัลบัมใต้ดินไปให้ลิล เวย์นดู และลิล เวย์น ชอบมาก เขาต้องการตัวเจ๊เราในทันทีต่อมานิคกิเซนสัญญากับ Young Money Entertainment ของ ลิล’ เวย์น (Lil’ Wayne) เธอได้กลายเป็นศิลปินบนดินและศิลปินของค่ายอย่างเต็มตัว โดยมีเพลง “Every Girl” เป็นเพลงแรกที่ร่วมกับค่าย ตามมาด้วย “BedRock” และ “Roger That”

จากหลายเพลงของเธอนั้น มีการบอกเป็นนัยว่าเธอมีรสนิยมทางเพศเป็นประเภท “ไบเซ็กส์ชวล”  เจ๊เราก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอไม่เดทกับผู้หญิงหรือมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ก็ไม่เดทกับผู้ชายเหมือนกัน ในบทสัมภาษณ์ของนิตยาสาร “ไวบ์” (Vibe) เจ๊เล่าว่า “ฉันกอดกับคนที่มีไลฟ์สไตลย์ในทุกประเภท และบอกได้ว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความสวยงามและย้ำยวน”.

อัตตะที่สองชีวิตวัยเด็กที่ นิคกิ มะนาจ เติบโตมานั้น เป็นชีวิตที่ค่อนข้างสับสนวุ่ยวายมาก ซึ่งก็มาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่นเหมือนครอบครับอื่นๆ พ่อแม่ของนิคกิมักทะเลาะกันบ่อยครั้ง เป็นเหตุให้เจ๊ต้องการหลีกหนีจากเหตุการณ์นั้นๆ นิคกิเริ่มสร้างเพื่อนในจินตนาการ แล้วให้เพื่อนที่สร้างขึ้นมาจากจิตนาการนั้น มาอาศัยอยู่ในครอบครัวของเธอแทน ตัวจริงๆของนิคกิเอง ในบทสัมภาษณ์หนึ่งนิกกี้เล่าว่า เจ๊ไม่ต้องการอยู่ในเหตุการณ์ที่พ่อ-แม่ทะเลาะกัน เธอจึงสร้างตัวละครที่สองของตัวเองชื่อ “คุกกี้” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นคนที่อยู่กับเจ๊เราได้ช่วงหนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็น “ฮาราจุกุ บาร์บี้”

เมื่อมาถึงการทำเพลงในอัลบัมแรก(Pink Friday) นิคกิสร้างอัตตะที่ 2 ขึ้นชื่อ “โรแมน โซแลนสไกย์” นิคกี้ใช้บุคคลนี้ในเพลง “Bottoms Up” ซึ่งร้องกับ เทรย์ ซองซ์ (Trey Songz) ในเพลงนี้ นิคกิ มะนาจ ไม่ได้เป็นคนร้อง แต่เป็น โรมาน นิคกิเล่าว่า โรมานเป็นพี่น้องฝาแฝดของเธอ ซึ่งเติบโตขึ้นจากส่วนของความรุนแรงในจิตใจของเธอ โรมานจะออกมาเวลาที่เธอรู้สึกโกรธมากๆมีการนำโรมานไปเปรียบเทียบกับ “สลิม เชดี้” อัตตะที่ 2 ของ เอ็มมิเนม (Eminem) และในเพลง Roman’s Revenge จากอัลบัม Pink Friday ทั้งนิกกี้และเอ็มมิเนม ได้ใช้อัตตะที่สองของทั้งคู่แร็ปในเพลงนี้ด้วย ทั้งนี้ โรแมน ยังมีแม่ชื่อ “มาร์ธา โซแลนสไกย์” ซึ่งมีลักษณะการพูดแบบสำเนียงอังกฤษ และบุคคลนี้ได้ออกมาร้องในเพลง Roman’s Revenge เช่นกัน ทั้งยังมีการปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอ “Moment 4 Life” ในมาดนางฟ้าแม่ทูนหัวด้วย

ในเดือนมิถุนายน 2011 มีการโพสข้อความใน Twitter ของใครหลายคนว่า นิคกิ มะนาจ ตายแล้วและกลายเป็นเรื่องฮิตในเดือนนั้น ทั้งที่จริงเป็นญาตของนิคกิที่ตายจากการถูกฆาตรกรรม

 

 

แชดวิก โบสแมน พระเอก Black Panther

แชดวิก โบสแมน เกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 1976 เกิดและเติบโตในเมืองเดอร์สัน รัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา แม่ของเขาเป็นพยาบาล ส่วนพ่อของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานสิ่งทอและธุรกิจหุ้มเบาะ

แชดวิกจบการศึกษาจาก TL Hanna High School ในปี 1995 ในปีแรกเขาเขียนบทละครเรื่องแรกเรื่อง Crossroads และจัดฉากที่โรงเรียน ต่อมาเมื่อโตขึ้นแชดวิกได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด ในกรุงวอชิงตันดีซี (Howard University) และเรียนจบในปี 2000 ด้วยหลักสูตรศิลปบัณฑิตในด้านการกำกับการแสดง

ต่อมาเขาย้ายมาอาศัยที่เมืองบรู๊คลิน ในนิวยอร์ก ตั้งแต่เริ่มต้นมีอาชีพการงาน ในช่วงแรกแชดวิกทำงานเป็นอาจารย์สอนละครในโครงการ Schomburg Junior Scholars ซึ่งตั้งอยู่ที่ Schomburg Center For Research in Black Culture ในย่าน Harlem ต่อมา 2008 แชดวิกได้ย้ายไปอยู่ที่ลอสแองเจลิสเพื่อประกอบอาชีพนักแสดง

ชีวิตการทำงานในวงการฮอลลีวูด

ในปี 2008 แชดวิกเริ่มมีผลงานการแสดง โดยครั้งแรกได้รับบทบาทหนึ่งในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Lincoln heights และได้ปรากฏตัวอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Express: The Ernie Davis Story ถัดมาในปี 2010 เขาก็ยังคงมีผลงานการแสดงที่เป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องด้วย

จากนั้นเขามีผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง 42 ซึ่งเข้าฉายในปี 2013 โดยเขาแสดงเป็นนักเบสบอลมืออาชีพ อีกทั้งชีวิตช่วงนี้เขายังได้เคยกำกับละครบรอดเวย์ในอีสต์วิลเลจอีกด้วย ในปีต่อๆ มาก็มีผลงานภาพยนตร์ปล่อยออกมาอีกหลายเรื่อง แต่ผลงานที่โด่งดังและสร้างชื่อให้เขามากที่สุดคงหนีไปพ้นการรับบทเป็นกษัตริย์  “ที.ชัลลา” ในภาพยนตร์เรื่อง Black Panther และยังปรากฏตัวร่วมแสดงในหนังจักรวาลมาเวลอย่างเรื่อง Avengers อีกหลายภาค

โบสแมน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ในปี 2016 และเริ่มลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 4 ช่วงก่อนปี 2020 โบสแมน ไม่ได้เปิดเผยเรื่องอาการเจ็บป่วยและการต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อสาธารณะ ในระหว่างการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหลายครั้ง รวมทั้งเคมีบำบัด เขายังคงทำงานต่อ และถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง

 กระทั่งในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมานาน 4 ปี ในที่สุด โบสแมน ก็จากไปอย่างสงบที่บ้านในลอสแอนเจลิส โดยมีภรรยาและครอบครัวที่รักเคียงข้าง

 

สนับสนุนข้อมูลโดย BunTube.net ดูหนังใหม่ชนโรง

Kanye West

Kanye West เกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2520 (ค.ศ 1977) เป็นศิลปินแร็ปเปอร์ และ โปรดิวเซอร์ ชื่อดัง ซึ่งชอบการทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยได้เริ่มทำงานเพลงตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย Chicago State ในฐานะนักเขียนเพลง จนได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย มาทำงานเพลงเต็มเวลา ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อเสียงในปี 2001 หลังจากได้ร่วมทำงานกับ JAY-Z แร็ปเปอร์ชื่อดังในอัลบั้ม The Blueprint ในสังกัด Roc-A-Fella Records ซึ่งสร้างความสำเร็จอย่างสูงให้กับ JAY-Z จนทำให้ คานเย เริ่มจริงจังกับการเป็นแร็ปเปอร์ หลังจากทำงานให้ศิลปินดังๆหลายๆรวมถึง Ludacris, Alicia Keys และ Janet Jackson สามารถพูดได้เลยว่า หลายๆลูกเล่นความคิดสร้างสรรค์ในวงการเพลงตะวันตกมาจากความคิดนอกกรอบในการทําเพลงของคานเยหลายๆ ครั้ง

โดยในปี 2003(2546) คานเย เวสต์ ได้ออกผลงาน The College Dropout โดยมีเพลง Through the Wire ที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์เฉียดความตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 2002 และเพลง Jesus Walk ที่พูดถึงมุมมองพระเจ้าจนทําให้อัลบั้มนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากๆ และทำให้ คานเย เวสต์ เป็นที่รู้จักในด้านศิลปินเพลงแร็พในที่สุด  จนมีอัลบั้มที่สองอย่าง Late Registration ที่มากับเพลง Gold digger ที่มีศิลปินนักแสดงชื่อดังอย่าง Jamie Foxx มาร่วมร้อง โดยเนื้อหาที่พูดถึงผู้หญิงที่เป็นคนหวังเงินจนเพลงฮิตและครองอันดับ 1 บน Billboard hot 100 เป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยหลังจากนั้นงานเพลงของ คานเย เวสต์ ก็มีตามมาอีกหลายอัลบั้ม ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม Graduation ในปี 2007808s & Heartbreak ในปี 2008My Beautiful Dark Twisted Fantasy ในปี 2010Yeezus ในปี 2013 และกับอัลบั้มล่าสุด SWISH ที่มีแผนว่าจะวางขายภายในปี 2015 รวมถึงอัลบั้ม Watch the throne กับ JAY-Z ในปี 2011 และการร่วมทำเพลงในเบื้องหน้า และเบื้องหลังกับศิลปินอีกหลายๆคนมากๆอย่าง Rihanna, Beyonce หรือแม้แต่ Katy Perry

โดยคานเย เวสต์ ได้ประสบความสำเร็จในวงการอย่างสูงมากๆได้รางวัลแกรมมี่รวมถึง 21 รางวัลในเวลา 10 ปีที่อยู่ในวงการ มียอดขายอัลบั้มสูงถึง 20 ล้านแผ่น และ ยอดดาวน์โหลด เพลงทั้งหมดรวมกันถึง 100 ล้านดาวน์โหลด ซึ่งยังไม่นับเพลงที่เจ้าตัวทำงานเบื้องหลังอีกหลายเพลง โดยสิ่งที่ทำ คานเย เวสต์ประสบความสำเร็จสูงอย่างมากคือเอกลักษณ์ทางสไตล์ เพราะแร็ปเปอร์ ส่วนใหญ่มี พื้นฐานชีวิตครอบครัวที่ยากจนและลำบาก แล้วเนื้อหาเพลงจะเป็นแนวชีวิตที่ลําบากหรือพูดถึงตอนที่รวยแล้ว แต่คานเย เวสต์ มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีมากๆ โดยคุณแม่ผู้ล่วงลับอย่าง Donda West เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และตัวคานเยเองเคยเป็นนักเรียนทุนด้านศิลปะ ก่อนจะลาออกมาเป็นนักทำเพลงเต็มเวลาทำให้เนื้อหาการทำเพลงค่อนข้างจะมีเนื้อหาถึง ศาสนา ชีวิต ปรัชญา และมีซาวด์ดนตรีที่สร้างสรรค์ อย่างการแร็พที่มีกลิ่นอายแนวโซล และมีลูกเล่นเฉพาะตัว และการควบรวมซาวด์ของ เพลงคลาสสิคและร็อคเข้าไปในเพลง ที่มาจากโลกทัศน์ที่กว้างของคานเย จึงทำให้คานเยประสบความสำเร็จในด้านการเขียนเพลงมากๆ

อีกทั้งความกล้าในการทำงานต่างๆ ทั้งการออกความเห็นถึงการรับรางวัลของศิลปินอื่นๆ เรื่องชีวิตส่วนตัว รวมไปถึงการทำงานเพลงที่แปลกใหม่ อย่างอัลบั้ม My Beautiful Dark Twisted Fantasy ที่สไตล์แปลกใหม่มากๆ ทั้งเพลง และเนื้อหาเอ็มวีที่เป็นหนังสั้นที่แหวกแนวมากๆ การทำธุรกิจอย่างร้านอาหาร แฟชั่น จนมาถึงการตัดสินใจลงสมัครตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในปี 2020

โดยนอกจากเรื่องการเมืองแล้ว อีกสิ่งที่น่าจับตามองคืองานเพลงของศิลปินอย่าง คานเย เวสต์ ว่าจะมีอะไรออกมาทำให้วงการเพลงตะวันตกตื่นเต้นอีกบ้าง เพราะผลงานที่มีสีสันและไม่เหมือนใครสามารถเกิดขึ้นได้จาก ศิลปิน/โปรดิวเซอร์มือเทพคนนี้ตลอดเวลาจริงๆ

สนับสนุนโดย BunTube.net ดูหนังออนไลน์

Shawn Mendes ไอดอลวัยทีนขวัญใจชาวโลก กับความสำเร็จที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

1

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนโครงข่ายในการเชื่อมโลกเข้าหากันและทำให้กิจกรรมของมนุษย์เป็นสิ่งที่ง่ายดายและไร้พรมแดนมากขึ้น ทุกคนต่างพึ่งพาอาศัยบริการออนไลน์หลากหลายรูปแบบเพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อความสำเร็จในเส้นทางที่ตนเองใฝ่ฝัน เช่นเดียวกันกับหนุ่มน้อยจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ซึ่งโด่งดังภายในชั่วข้ามคืนจากการร้องเพลงผ่านแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์ จนก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินที่มีเพลงของตนเองติดชาร์ตบิลบอร์ดและได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ชอว์น ปีเตอร์ ราอูล เมนเดส เติบโตในในครอบครัวฐานะปานกลางโดยมีพ่อประกอบอาชีพนักธุรกิจและแม่ทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ชอว์น ก็เหมือนกับวัยรุ่นในเมืองสมัยนี้ที่มักจะใช้ชีวิตอยู่กับอินเทอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์มากกว่าการทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ ชอว์นกล่าวว่าเขามักจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนประมาณ 4 ชั่วโมง อยู่ในห้องของตนเองเพื่อดูคลิปวิดีโอต่าง ๆ จากยูทูบ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากวัยรุ่นคนอื่นก็คือนักร้องหนุ่มผู้นี้จะไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยการฝึกหัดการเล่นกีตาร์ และเปียโนจากบทเรียนในโลกออนไลน์ รวมถึงชื่นชอบการดูวิดีโอโคฟเวอร์ของศิลปินคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่งจากโรงเรียนมัธยมพายริดจ์ ในย่านพิคเกอร์ริง เมืองทางตอนเหนือของรัฐโทรอนโต ได้ก้าวเข้ามาเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนจาก “VINE” มิวสิคแพลตฟอร์มออนไลน์ ชอว์น ทำการอัดวิดีโอโคฟเวอร์เพลง “As Long as You Love Me” ของศิลปินรุ่นพี่อย่างจัสติน บีเบอร์ที่มีความยาวเพียง 6 วินาที และได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างล้นหลามภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดตัวเด็กนักเรียนผู้มีเงาของศิลปินแอบแฝงอยู่สู่สายตาของคนทั่วโลกเป็นครั้งแรก

เจ้าของยอดผู้ติดตามกว่าล้านคนในเดือนแรกของการลงวิดีโอโคฟเวอร์ผ่านมิวสิตแพลตฟอร์ม ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินเต็มตัวได้ด้วยสายตาของ “แอนดรูว์ เกิร์ทเลอร์” แมวมองจากค่ายเพลง Island Record ในปี 2014 ซึ่งในเดือนกรกฎาคมของปีนั้นเองที่ชอว์นปล่อยซิงเกิ้ลแรกในฐานะนักร้องกับเพลง “Life of the Party” ที่ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 24 ในชาร์ตของ Billboard top 100 ส่งผลให้ชอว์นเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในการเปิดตัวเพลงเป็นครั้งแรกที่และติดอันดับใน Top 25 นอกเหนือจากนั้น EP ของเขาที่ประกอบด้วยเพลงอื่น ๆ อีกสามเพลงสามารถพุ่งขึ้นไปติดอันดับที่ 5 ใน Billboard top 200 และมียอดขายสูงถึง 48,000 ชุดในสัปดาห์แรก ด้วยผลงานที่โดดเด่นในปีนี้ทำให้ชอว์นได้รับรางวัล Choice Web Star : Music จากเวที 2014 Teen Choice Awards ไปครอบครองอย่างไม่เหนือความคาดหมาย รวมถึงติด1 ใน 25 วัยรุ่นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในปี 2014 จากการจัดอันดับของนิตยสาร TIME อีกด้วย

หลังจากประสบความสำเร็จกับ EP แรกของเขาในปีที่ผ่านมาศิลปินชอว์นก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปด้วยการปล่อยอัลบั้มตัวเต็มครั้งแรกในเดือนเมษายนปี 2015 มาเอาใจแฟน ๆ อีกครั้งกับอัลบั้ม “Handwritten” โดยอัลบั้มเต็มของเขาไต่อันดับขึ้นไปเป็นที่ 1 ของชาร์ต Billboard top 200 และทำยอดขายถล่มทลายกว่าเดิมด้วยยอดขายถึง 106,000 ชุดในสัปดาห์แรก ซึ่งเพลงที่โด่งดังที่สุดในอัลบั้มนี้อย่าง “Stitches” ทะยานสูงลิ่วไปติดอันดับที่ 4 ของ Billboard Hot 100 เลยทีเดียว

นอกเหนือจากการออกอัลบั้มแล้ว ชอว์น ยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ศิลปินชื่อดังชาวอเมริการโดยเขารับหน้าที่ในการเปิดคอนเสิร์ต “1989 World Tour” ของเธอซึ่งชอว์น กล่าวอย่างตื่นเต้นระหว่างให้สัมภาษณ์กับ MTV News ว่า “ผมไม่สามารถคิดถึงมันได้เพราะมันจะทำให้ผมตื่นเต้นมากเกินไป มันบ้ามากกับโอกาสในการร่วมงานกับเทย์เลอร์ สวิฟต์”

เรียกได้ว่าไม่เคยปล่อยให้โอกาสให้คนฟังมีโอกาสลืมเลือนเลยแม้แต่น้อย โดยในขณะที่เพลงจากอัลบั้มก่อนหน้ายังไม่ห่างหายไปจากหน้าปัดวิทยุ เมื่อเดือนกันยายนปี2016 “Illuminate” ก็ได้ถือกำเนิดออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันแถมยังเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับแฟน ๆ เพราะเขาได้มีทัวร์คอนเสิร์ตเป็นของตัวเองในช่วงปี 2016 – 2017 ในชื่อ “Shawn Mendes Illuminate World Tour ” ที่นำชื่อมาจากอัลบั้มของเขานั่นเอง

แม้เส้นทางความสำเร็จจะดูสวยงามทว่ามันกลับเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยสำหรับเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นอาชีพด้วยอายุเพียงแค่ 15 ปีชอว์นต้องแบกรับกับความคาดหวังและความกดดันเป็นอย่างมากในหลาย ๆ ฐานะทั้งศิลปิน นักเรียน หรือแม้แต่ลูกชาย ชอว์นกล่าวว่าเขาจำเป็นต้องเรียนหนังสือทางออนไลน์ และจำเป็นจะต้องห่างจากครอบครัวในการออกไปทัวร์คอนเสิร์ตและทำงานในสถานที่ต่าง ๆ
ทว่าชอว์นสามมารถจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูลเมื่อเดือนมิถุนายนของปี 2016 และเป็นความโชคดีของชอว์นที่มีครอบครัวที่คอยให้โอกาสและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ในการทำสิ่งที่เขารักในทุก ๆ เรื่อง

เส้นทางของทีนไอดอลคนนี้เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ บนโลกออนไลน์ด้วยการอัดวิดีโอเล่นกับเพื่อนฝูง ค่อย ๆ ย่างออกมาสู่การประสบความสำเร็จในเส้นทางที่ตนเองรักได้จริง ๆ ศิลปินผู้มีนามกระเดื่องกำลังจะมีคอนเสิร์ตของเขาทั่วทุกมุมโลก ด้วยวัยเพียง 18 ปี

ชวนให้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เมื่อตอนอายุ 18 ปีนั้น พวกเราทำอะไรกันอยู่นะ?

ALL ABOUT HIM

เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1998

มีเชื่อสายอังกฤษ และ โปรตุเกส

ชื่นชอบการเล่นไอซ์ ฮ้อกกี้ ฟุตบอล และ ลองบอร์ด

เพลงเปิดตัวของเขาขึ้นไปติดอยู่ในลิสต์อัลบั้มยอดฮิตของ itune ภายใน 37 นาทีหลังจากเปิดตัว

ชอว์นจะกลายเป็นบุคคลที่มีสองบุคลิกขึ้นมาในทันทีที่กล้องถ่ายภาพหันมาทางเขา โดยเขาสร้างบุคลิกที่มีชื่อว่า “เบอร์ริโต้” ไว้ยักคิ้วหลิ่วตาเมื่อต้องถ่ายรูปกับแฟน ๆ โดยให้เหตุผลว่าเพราะ “ชอว์น” จะรู้สึกแปลก ๆ และทำตัวไม่ถูกขณะถูกขอถ่ายภาพ

เขามีผู้ติดตามกว่าหนึ่งล้านคนในเดือนแรกที่เริ่มต้นอัดวิดีโอลงใน VINE และกว่าหนึ่งล้านการรับชมในทุกวิดีโอของเขา

1 ใน 25 วัยรุ่นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในปี 2014 จากการจัดอันดับของนิตยสาร TIME
ติดตามเขาได้ทุกขณะจิตผ่านทาง IG : @shawnmendes , Twitter : @ShawnMendes

พ่อขอพูดบ้าง! คุณพ่อของแนทเธอรีน BNK48 ขอเล่าหลังเหตุการณ์ลาออกของลูกสาว

หลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประกาศจบการศึกษา (แกรด) หรือ ลาออกจากวง ของ อุ้ม – ณัชชา กฤษฎาสิมะ และ แนทเธอรีน – ดุสิตา กิติสาระกุลชัย 2 สมาชิกวง BNK48 ในเธียเตอร์ BNK48 the Campus สร้างความตกใจต่อแฟนคลับ และถูกพูดถึงในหลาย ๆ ด้าน โดยกิจกรรมสุดท้ายที่จะเข้าร่วมคือ BNK48 77 ดินแดนแสนวิเศษ Handshake ในวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ส่วนสเตจจบการศึกษา กรุณาติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากต้นสังกัด (ล่าสุด นิ้ง BNK48 ได้ประกาศจบการศึกษา เป็นคนที่ 12 ของวง ผ่านทางไลฟ์ iAM appliacaion ท่ามกลางความสงสัยของแฟนๆ)

อุ้ม - แนทเธอรีนประกาศจบการศึกษาจาก BNK48

อุ้ม – แนทเธอรีนประกาศจบการศึกษาจาก BNK48

หลังจากที่ประกาศจบการศึกษา ทั้ง แนทเธอรีน และ อุ้ม BNK48 ก็ได้ออกมาโพสต์ความรู้สึกถึงแฟน ๆ อย่าง น้องอุ้มเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลายคนไม่คิดว่าจะออกจากวงเร็วขนาดนี้ ส่วนแนทเธอรีน ก็มีหลายคนพูดถึงมากมาย ล่าสุด คุณพ่อของน้องแนทเธอรีน BNK48 ได้ออกมาโพสต์ความเห็น ขอเล่าถึงเหตุการณ์หลังจากลูกสาวประกาศลาออก เพราะเป็นประเด็นที่ถูกนำไปตั้งกระทู้ถาม และโพสต์ถึง ทำให้หลายฝ่ายเสียหาย แนทเธอรีน ก็ได้แชร์โพสต์คุณพ่อและบอกว่า “หนูเองก็รักน้องไม่แพ้พวกคุณอยู่แล้วค่ะ เรื่องที่ไม่เซฟความรู้สึกน้อง อันนั้นก็คือ บางคนคิดเอาเองทั้งนั้นเลย เมื่อวานนี้หนูได้ตอบReplyคอมเม้นที่ต่อว่าหนูไปบ้างบางอัน แต่เมื่ออธิบายแล้วคุณไม่ฟัง หนูก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอธิบายต่อค่ะ”

พ่อขอพูดบ้าง! คุณพ่อของแนทเธอรีน BNK48 ขอเล่าหลังเหตุการณ์ลาออกของลูกสาว

วันนี้อยากมาเขียนเกี่ยวกับปฎิกิริยาของผู้คนเวลามีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในกรณีนี้ อยากจะขอพูดถึงเหตุการณ์การลาออกของลูกสาว ซึ่งปฎิกริยาของผู้คนเกิดจากการตั้งคำถามเหล่านี้ครับ

ทำไมต้องลาออก

ที่จริงการเข้าร่วมและการลาออกไป มันเป็นสิทธิเฉพาะตัว เหตุผลในเรื่องนี้คือ เวลาที่จะสมัครเข้ามา ไม่ต้องขออนุญาตใคร การจะรับหรือไม่ อยู่ที่นายจ้างหรือเจ้าของวง ซึ่งเขาก็ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นใครนอกจากปรึกษากันภายใน และไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลว่าทำไมจึงรับคนนี้เข้ามา บุคคลภายนอกไม่มีสิทธิที่จะไปซักเขา เพื่อให้ได้คำตอบว่า ทำไมรับคนนี้และทำไมไม่รับคนนั้น

และเมื่อใดที่ต้องการออก ลูกจ้างก็แค่แจ้งความต้องการไปยังนายจ้างตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่มีสิทธิไปซักถามในลักษณะคาดคั้นอีกเช่นกันว่า ทำไม เพราะอาจมีข้อตกลงในสัญญาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ

ทั้งสองฝ่ายน่าจะต้องเปิดเผยเท่าที่ตนเองสามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว ดังนั้นอะไรที่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่สัญญา เข้าไปซักถามในลักษณะที่พยายามกดดันเพื่อให้ได้คำตอบที่ตนเองต้องการก็ไม่ควรทำ และที่เห็นมากมายตามโซเชียลคือ “คิดเอาเอง” และการคิดเอาเองนี้ ทั้งหมดไม่ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องเลย เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญาจ้างนี้เลย ดังนั้นการคิดเอาเองนี้ไม่มีทางที่จะมีเนื้อหาสาระที่ถูกต้องนอกจากจะทำให้คู่สัญญาได้รับความเสียหายจากการถูกสังคมเข้าใจผิด

สรุปในเรื่องของเหตุผลในการลาออกของลูกสาว หลังจากอ่านการคิดเอาเองตามโซเซียลมาสองวันเต็ม ๆ ขอสรุปว่า ไม่มีความคิดเอาเองของใคร คิดหรือเดาถูกแม้แต่คนเดียว

สนับสนุนโดย https://movie2ufree.com หนังใหม่ชนโรง หนังฮอลลีวูด ดูซีรี่ออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์

 

แทยอน Girls’Generation สวยสะกดทุกสายตา ในอัลบั้มฤดูหนาว

นักร้องสาวสวยน้ำเสียงขั้นเทพ TAEYEON (แทยอน) วง Girls’Generation กลับมาปล่อยเสน่ห์ผ่านภาพลักษณ์ที่สวยสะกดทุกสายตาพร้อมโชว์พลังเสียงร้องอันน่าหลงใหล ในโซโล่อัลบั้มฤดูหนาวที่มีชื่อว่า This Christmas-Winter is Coming อั้มบั้มที่จะมากระตุ้นความรู้สึกอ่อนไหวในฤดูหนาวนี้ ด้วยเพลงหลากหลายแนว ที่ทำให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของฤดูหนาวกันอย่างเต็มที่

แทยอน Girls'Generation สวยสะกดทุกสายตา ในอัลบั้มฤดูหนาว

โดยอัลบั้มชุดนี้ ถือเป็นอัลบั้มฤดูหนาวอัลบั้มแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวของสาว ‘TAEYEON’ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 8 เพลง และมีเพลงเปิดตัวชื่อว่า ‘This Christmas’ (ดิส คริสต์มาส) เพลงบัลลาดแบบดั้งเดิมที่จะได้พบกับความสามารถด้านการร้องอันละเอียดอ่อนของ ‘TAEYEON’ แบบเต็ม ๆ บวกกับซาวด์วงออเครสต้าที่มีความงดงาม โดยเนื้อเพลงจะพูดถึงหัวใจที่ภาวนาอย่างหนักแน่นว่า ความทรงจำอันแสนพิเศษที่ไม่สามารถลืมได้ในช่วงคริสต์มาสนั้น จะกลับมาหาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าเพลงนี้ จะมาสะกดหัวใจผู้ฟัง เสมือนเป็นของขวัญวันคริสต์มาสสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

สำหรับมิวสิควีดีโอของเพลงเปิดตัว ‘This Christmas’ นั้น จะมีภาพที่ให้ความรู้สึกอ่อนไหว ซึ่งเกี่ยวกับความรักของลูกสาวที่มีต่อคุณพ่อ ที่แม้ในวัยเด็กจะอยู่ใกล้กัน แต่ก็ค่อย ๆ ห่างไกลกันไปเรื่อย ๆ โดยจะถูกสื่อผ่านสายตาของลูกสาวที่นั่งอยู่ในรถ คอยมองดูคุณพ่อที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างรถ และมีภาพพื้นหลังเป็นทุ่งหิมะ

แทยอน Girls'Generation สวยสะกดทุกสายตา ในอัลบั้มฤดูหนาว

นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังมี เพลง ‘Shhhh’ (ชู่ว) ที่นักประพันธ์บทกลอนอย่างคุณ ‘Won Taeyeon’ (วอน แทยอน) ได้มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องที่มีความสนุกสนาน และน่ารัก เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่ตามหาของขวัญที่ซานตาคลอสซ่อนเอาไว้, เพลง ‘The Magic of Christmas Time’ (เดอะ เมจิค ออฟ คริสต์มาส ไทม์) แนวป๊อป บัลลาด ที่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษมาบรรยายทิวทัศน์อันเงียบสงบ ในยามค่ำคืนของวันคริสต์มาส ช่วงเวลาที่โลกหลับใหล ซึ่งทำให้นึกถึงแอนิเมชั่นในฤดูหนาว, เพลงที่มีเสียงหวาน ๆ ของ ‘TAEYEON’ มาเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นอย่าง ‘Let It Snow’ (เลท อิท สโนว์) เป็นเพลงแนวสวิงที่มีซาวด์สตริง, การเล่นกีต้าร์ที่น่าประทับใจ และบราส ซึ่งมีพลังความสดใสทำให้รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของวันคริสต์มาส

นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังมี เพลง ‘Shhhh’ (ชู่ว) ที่นักประพันธ์บทกลอนอย่างคุณ ‘Won Taeyeon’ (วอน แทยอน) ได้มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องที่มีความสนุกสนาน และน่ารัก เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่ตามหาของขวัญที่ซานตาคลอสซ่อนเอาไว้, เพลง ‘The Magic of Christmas Time’ (เดอะ เมจิค ออฟ คริสต์มาส ไทม์) แนวป๊อป บัลลาด ที่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษมาบรรยายทิวทัศน์อันเงียบสงบ ในยามค่ำคืนของวันคริสต์มาส ช่วงเวลาที่โลกหลับใหล ซึ่งทำให้นึกถึงแอนิเมชั่นในฤดูหนาว, เพลงที่มีเสียงหวาน ๆ ของ ‘TAEYEON’ มาเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นอย่าง ‘Let It Snow’ (เลท อิท สโนว์) เป็นเพลงแนวสวิงที่มีซาวด์สตริง, การเล่นกีต้าร์ที่น่าประทับใจ และบราส ซึ่งมีพลังความสดใสทำให้รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของวันคริสต์มาส

รวมถึงเพลง ‘Candy Cane’ (เคนดี้ เคน) แนวเรโทร ป๊อป R&B ที่มีซาวด์ของกระดิ่ง, เครื่องดนตรีประเภทเป่า และการผสมผสานสุดอลังการ ซึ่งให้บรรยากาศแบบงานเทศกาลปลายปี, เพลง ‘Christmas Without You’ (คริสต์มาส วิทเอาท์ ยู) แนวป๊อป บัลลาดสุดซาบซึ้ง ที่แสดงให้เห็นถึงหัวใจอันเศร้าหมองคิดถึงคนรักที่เลิกรากันไป ในยามที่จ้องมองไปยังทิวทัศน์ที่มีความสุขในช่วงคริสต์มาส และเพลง ‘I’m all ears’ (แอม ออล เอียร์ส) ที่เป็นทั้งเพลงสำหรับแฟนคลับ และเพลงปลอบโยน ซึ่งเปรียบเทียบคนในสมัยนี้ กับต้นไม้ที่อดทนท่ามกลางความหนาวเหน็บ

สนับสนุนโดย https://movie2ufree.com หนังใหม่ชนโรง หนังฮอลลีวูด ดูซีรี่ออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์

แก้ม วิชญาณี นักร้องหญิงไทยคนแรก ขึ้นร้องเพลงเวที ออสการ์ 2020

“แก้ม” วิชญาณี นักร้องหญิงไทยคนแรก ได้รับเกียรติให้ขึ้นโชว์ร้องเพลงงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 92 พร้อมร่วมเดินพรมแดงสุดปัง

"แก้ม" วิชญาณี นักร้องหญิงไทยคนแรก ได้รับเกียรติให้ขึ้นโชว์ร้องเพลงงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 92 พร้อมร่วมเดินพรมแดงสุดปัง

เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อนักร้องสาวเสียงดีสัญชาติไทย “แก้ม” วิชญาณี เปียกลิ่น ได้สร้างประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยได้รับเกียรติขึ้นโชว์ร้องเพลงครั้งแรก บนเวทีงานประกาศรางวัลระดับโลก ออสการ์ ครั้งที่ 92 ณ ดอลบีเธียเตอร์ ฮอลลีวูด ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

โดย “แก้ม” วิชญาณี เป็นนักร้องหญิงไทยคนแรกที่ขึ้นโชว์พลังเสียงเพลง Into the Unknown เพลงประกอบภาพยนต์ Frozen II ที่ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Academy Award for Best Original Song) เป็นตัวแทนเอลซ่าเมืองไทย ร่วมกับผู้พากย์เสียงจากหลากหลายประเทศ อาทิ เดนมาร์ก, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, ลาตินอเมริกา, นอร์เวย์, โปแลนด์, รัสเซีย และ สเปน บนเวทีประกาศรางวัลโลกครั้งนี้

SBFIVE อ้อนแฟนๆ พร้อมปล่อยเอ็มวี Candy Crush ให้ดูและเต้นตาม

รียกได้ว่าเป็นบอยแบนด์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้สำหรับ 5 หนุ่ม 5 สไตล์ SBFIVE บาส-คิมม่อน-เต้-คอปเตอร์ และ ตี๋ วันนี้โปรโมตเพลงซิงเกิลล่าสุด กับเพลง Candy Crush แนวเพลงป๊อปผสมอีดีเอ็ม ที่หนุ่มๆ การันตีถึงความสนุกและความสดใสเอาใจสาวๆ เพราะเจ้าตัวได้มีส่วนร่วมและฝึกซ้อมกันมานานพอสมควร แถมยังอ้อนแฟนๆ ให้รอติดตามมิวสิกวิดีโอที่จะปล่อยอีกด้วย

บทสัมภาษณ์หนุ่มๆ SBFIVE โปรโมตซิงเกิลใหม่ล่าสุด เพลง Candy Crush ทั้งนี้ 4 หนุ่ม ตัวแทน SBFIVE เล่าว่า

SBFIVE อ้อนแฟนๆ พร้อมปล่อยเอ็มวี Candy Crush ให้ดูและเต้นตาม

 

รู้สึกยังไงที่ได้มารวมตัวกันเป็น SBFIVE?
คิมม่อน : “ผู้ใหญ่เค้ามองว่าเด็กนักแสดงจากเดือนเกี้ยวเดือนพวกนี้ เวลามันอยู่กองก็ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน ก็ลองทำเพลงออกมาสักหนึ่งซิงเกิล ฟีดแบ็กดี แฟนๆ ชื่นชอบ ผู้ใหญ่เลยรวมวงจริงจังเป็น SBFIVE และมีเพลงใน official เป็น 4 เพลงแล้ว รวมเพลง Candy Crush นี้ด้วย”

เพลง Candy Crush เป็นเพลงแนวประมาณไหน?
เต้ : “เป็นแนวป๊อปผสมกับอีดีเอ็ม ไม่ได้ไปทางใดทางนึง แต่จะเป็นเพลงที่ค่อนข้างมีจังหวะ ถือว่าเป็นเพลงที่มีเอนเนอร์จี้เยอะที่สุดแล้ว ชวนเต้น ด้วยความที่โปรดิวเซอร์เป็นพี่ เอ XL Step เป็นบอยแบนด์ยุค 90 ใส่กลิ่นอายยุค 90 ซึ่งมันลงตัวมากๆ”

ความยากง่ายมันเป็นยังไงบ้าง?
บาส : “แรกๆ ดูมันก็ยาก แต่ว่าพอซ้อมไปซ้อมมามันซึม ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น ทั้งสกิลทั้งจังหวะของเพลง การเต้น การร้อง มันเป็นเพลงที่แสดงถึงพัฒนาการของพวกเรา เพราะหลายๆ ปีมานี้ เรามีพัฒนาการมากขึ้นแล้วก็การถ่ายทำก็ละเอียดมากขึ้น เพลงนี้ถ่ายทำ 2 วันเลย แล้วเราก็ซ้อมมาเป็นเดือน เพลงนี้จะเห็นความเป็น SB5 เพราะว่าพวกเราได้ลงไปมีส่วนร่วมด้วย พี่คอปเป็นคนทำเนื้อมาและมาแชร์ให้พวกเราว่าโอเคมั้ย”

การแต่งเพลงนี้ยากมั้ย?
คอปเตอร์ : “เราต้องรู้ความหมายของมันก่อน จะมีคีเวิร์ด 1 คำก็คือจุดประสงค์ของเพลง มีคีย์เวิร์ดว่า I had a crush on you ซึ่งหมายถึงว่าเรากำลังตกหลุมรักใครสักคนถ้าบวกกับคำนี้แล้วมาแปลงเป็นการร้องให้เข้ากับคาแรกเตอร์พวกเรา 5 คนมันจะเป็นคำไหนดี เราก็เลยคิดมาคำนึงคือคำว่าลูกกวาดหลายสีหลายรสชาติ พวกเรา 5 คนนี้คือสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำกัน แล้วก็แทนคำว่า Candy เป็นความรัก ก็กลายเป็นคำว่า Candy Crush ขึ้นมา”

เพลงนี้ก็จะดูเป็นสีสันสดใสแนววัยรุ่น?
บาส : “จริงๆ เพลงอื่นก็มีความเป็นวัยรุ่น แต่ว่าเพลงนี้จะมีความสนุกที่มากขึ้น เป็นวัยรุ่นที่หัวเข่าไม่เสื่อม จริงๆ เพลงนี้มันโดดกันได้ จะมีความกวนๆ ความเฟี้ยวเข้ามา มาเฟี้ยวกับพวกเราได้แต่อย่าเลี้ยวไปไหนนะครับ (หัวเราะ)”

ช่วยพูดอ้อนแฟนๆ นิดนึงค่ะ?
เต้ : “เชิญชวนนะครับ เป็น Officail ซิงเกิลของ SBFIVE คือใช้เวลานานมากกว่าจะออกมาเป็นซิงเกิล เป็น MV แล้วก็วันนี้แล้วนะครับ 1 ทุ่มตรงอยากให้แฟนๆ ทุกคนมาเป็นกำลังใจให้ สนับสนุนแล้วก็ดูผลงานชิ้นใหม่ของพวกเรานะครับผม ที่พวกเรามีส่วนร่วมด้วยเยอะมากๆ”

คาดหวังผลการตอบรับไว้มั้ย?
เต้ : “ตั้งแต่ทีเซอร์แล้ว ผมบอกเลยว่าแฟนๆ ตั้งตารอและลุ้นมากสำหรับผลงานใหม่ ลุคใหม่ของพวกเราคือตั้งตารอแน่ๆ เค้าอยากดูไวมาก เค้าอยากให้ปล่อยตั้งแต่ทีเซอร์ยังไม่ออกเลย คือผมมองว่าดนตรีนี้มันค่อนข้างใหม่ในตอนนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะชอบ อยากให้เป็นที่ถูกใจของผู้ฟังเลยดีกว่า อยากให้ทีป๊อปกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง”

คิมม่อน : “อยากให้แฟนๆ สนุกไปกับมันนะครับ เพราะพวกเราตั้งใจมาสร้างความสุข สร้างรอยยิ้ม เพราะงั้นเนี่ยอยากให้มีรอยยิ้มไปด้วยกันนะครับผม ร่วมสนุกไปด้วยกัน Candy Crush นะครับผม”

 

ดูหนังออนไลน์